สวีสื่อขมวดคิ้ว “พ่อ! พ่อช่วยอย่าเป็นแบบนี้ตลอดได้ไหม...”
พูดไปได้ครึ่งประโยค สวีสื่อก็มองหมอในห้องผู้ป่วยกับหลินม่อ ก่อนจะกลืนคำพูดที่เหลือลงคอไปอย่างฝืนใจ
สวีเสียงไอเบา ๆ แล้วโบกมือ “ตอนนี้ฉันดีขึ้นมากแล้ว มีพลังลมปราณที่แท้จริงของหลินม่อค้ำไว้ ฉันรู้สึกว่ายังพอฝืนต่อไปได้อีกสักพัก”
หลินม่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแอปโน้ตแวบหนึ่ง แล้วขัดจังหวะบทสนทนาแสนเศร้าของทั้งสองคน
“มีพลังลมปราณที่แท้จริงของผมช่วยประคอง อย่างน้อยคุณก็น่าจะฝืนต่อไปได้อีกหนึ่งถึงสองเดือน”
“แต่พอผ่านไปหนึ่งถึงสองเดือน ถ้าไม่มีการดูแลต่อเนื่อง สภาพก็จะทรุดกลับไปเหมือนเดิม”
หลินม่อเริ่มเข้าสู่โหมดทำธุรกิจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยการโน้มน้าว “วิธีที่ดีที่สุดคือให้ผมดูแลปรับสภาพให้เป็นการส่วนตัว”
“ปรับเส้นลมปราณ เติมพลังชีวิต กดอาการทรุดโทรมไว้ หากได้พักฟื้นอย่างสงบด้วยแล้ว คุณก็อาจมีบั้นปลายที่สงบสุข และมีชีวิตอยู่ได้อย่างน้อยจนถึงอายุขัยที่ควรจะเป็น”
สวีเสียงยิ้มขื่น “หลินม่อ ฝีมือของนายฉันเชื่อ แต่ทางที่ดีที่สุดคงแพงมาก ชีวิตฉันไม่ได้มีค่าขนาดนั้นหรอก”
“เรื่องเงินคุยกันได้”
หลินม่อเคาะนิ้วลงบนเข่า แล้วเสนอแผนอย่างเป็นรูปธรรมทันที “มีสามแบบ”
เปลือกตาของสวีเสียงกระตุก เขารู้สึกว่ากระเป๋าสตางค์กำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง
“แบบแรก รักษาเป็นครั้ง ๆ ครั้งละห้าแสน ผลลัพธ์ก็เหมือนเมื่อกี้ ช่วยชีวิต ต่ออายุขัย กู้สภาพฉุกเฉิน”
“แบบที่สอง บริการรายเดือน” หลินม่อคำนวณอย่างรวดเร็ว “เดือนละสี่ครั้ง ราคาปกติสองล้าน เห็นแก่ที่คุณสวีเป็นลูกค้าเก่า ผมลดให้สิบเปอร์เซ็นต์ เหลือหนึ่งล้านแปดแสน รับรองว่าคุณจะมีสุขภาพที่ทรงตัวได้ตั้งแต่หกเดือนถึงหนึ่งปี”
