จางฉีหลินลุกขึ้นยืน สะบัดมือ แล้วเดินไปที่ข้างกายหลินชิว
เขามองดูน้ำดำและศพแห้งกรังบนพื้น แล้วก็ขมวดคิวเล็กน้อย
“เจ้าสิ่งนี้ แปลกมาก” เขาพูดสั้น ๆ ได้ใจความ
“ไม่ใช่แค่แปลกเท่านั้น”
หลินชิวเดินไปที่โลงศพสีดำที่ว่างเปล่า ใช้ปลายเท้าเขี่ยแผ่นโลง
“พื้นที่เลี้ยงศพของสุสานสี่ทิศนี้ แม้จะเป็นไปตามธรรมชาติ แต่จะเลี้ยงปั้นผีกระเดิดที่ขุมไฟขนาดนี้ได้ ต่อให้เป็นร้อยเป็นพันปีก็ไม่มีความเป็นไปได้”
“แต่ดูจากรูปทรงโลงและเนื้อไม้แล้ว อย่างมากก็แค่ประวัติศาสตร์ร้อยปีเศษ ๆ เท่านั้น”
หลินชิวเงยหน้าขึ้น มองสำรวจบริเวณไซต์ก่อสร้างที่ถูกพลิกคว่ำยับเยินไปทั้งผืนนั้น
“เวลาไม่ตรงกัน”
“คำอธิบายเดียวก็คือ……”
“มีคนใช้เวทมนตร์ชั่วร้าย เร่งมันให้สุก”
“ที่นี่ มีคนขังศพเด็กเอาไว้”
จางฉีหลินขมวดคิ้วลึกลงไปอีก เขาไม่อาจเข้าใจที่มาที่ไปของสิ่งนี้ได้
“ผีดิบในสุสาน มันตายแล้ว” หลินชิวเอ่ยขึ้น
“พวกมันคือ‘ยามรักษาการณ์’ที่เจ้าของสุสานทิ้งไว้ อาศัยกลไกในห้องฝังศพและฮวงจุ้ยของสุสาน ถูกก่อตัวขึ้นมาแบบเชิงรับ จุดประสงค์คือเฝ้าบ้าน แต่เจ้าตัวนี้ มันมีชีวิต”
หลินชิวชี้ไปที่ศพเด็กแห้งผากบนพื้น
“พูดอีกแบบก็คือ ก่อนที่มันจะถูกปรุงจนกลายเป็นสภาพผี ๆ แบบนี้ มันยังมีชีวิตอยู่ นี่คืออาวุธอำมหิตที่คนเร่งปรุงขึ้นมาด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่ผีดิบเฝ้าบ้านอันไหนเลย มันคนละแนวกันคนละเรื่อง”
เขาหยุดเล็กน้อย แล้วก็แยกแยะเรื่องลับสุดสยองที่อยู่เบื้องหลังนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ในหมู่บ้านพวกหมอผีชั้นต่ำที่ไม่เข้าตา มีบ้างที่เลี้ยงปีศาจ ช่วยเรียกทรัพย์ ปัดเป่าเคราะห์เล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนั้นมันแค่ทางลัดที่ไม่ควรเอ่ยถึง”
