ซ่งสืออันได้ยินดังนั้นก็ก้มลงดมกลิ่นบนตัวเอง แล้วก็พบว่ากลิ่นติดตัวจนซึมเข้าเนื้อจริง ๆ
เขาเงยหน้าขึ้นถามว่า “ทุกคนยังไม่ได้กินมื้อเย็นกันเหรอครับ?”
แฟนคลับแถวหน้าพากันรีบโบกมือ “ไม่เป็นไรหรอกอันอัน เดี๋ยวพวกเรากลับไปกินก็ได้” เธอกำผ้าเชียร์ในมือแน่น แล้วมองเขาอย่างคาดหวัง “อันอัน หนังเรื่องใหม่ต้องดังระเบิดแน่ ๆ พวกเราจะได้เห็นอันอันยืนอยู่บนเวทีรับรางวัลใช่ไหม!”
ซ่งสืออันมองแววตาของพวกเขา ก่อนจะยิ้มแล้วพยักหน้า “ต่อไปต้องได้เห็นแน่นอนครับ”
เหล่าแฟนคลับส่งเสียงเฮ พวกเขาเชื่อว่าเส้นทางในวงการบันเทิงของอันอันจะต้องรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน
ลู่ฉือเยว่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน รอยยิ้มใต้หน้ากากอนามัยยกขึ้นไม่หยุด การเป็นแฟนคลับสายแชร์ภาพของซ่งสืออันเป็นทางเลือกที่ถูกต้องจริง ๆ
เมื่อพูดคุยกับแฟน ๆ กันพอสมควรแล้ว ซ่งสืออันก็กล่าวลา
ทุกคนต่างอาลัยอาวรณ์ เขาโบกมือพลางพูดว่า “ระหว่างทางกลับระวังตัวด้วยนะครับ ถึงบ้านแล้วโพสต์ข้อความในเวยปั๋วบอกให้รู้ด้วยว่าปลอดภัย!”
ทุกคนหัวเราะพรืดออกมา “ได้เลย! แน่นอน!”
พอหันกลับมาก็เห็นเวินชิงมองเขาด้วยรอยยิ้ม “แหม ๆ ปฏิสัมพันธ์กับแฟน ๆ ต่างจากเวลาปกติตั้งเยอะเลยนะ จากน้องชายน้อยน่ารักกลายเป็นรุ่นพี่แสนอบอุ่นไปซะแล้ว”
ซ่งสืออันถูกเธอแซวจนเขินเล็กน้อย จึงยกมือเกาท้ายทอย “ต่างจากปกติมากเลยเหรอครับ?”
เหอหมิงโหลวรับช่วงพูดต่อ “อย่าไปฟังเธอพูดเหลวไหล แบบนี้ก็ดีแล้ว” เขาหันไปบอกเวินชิง “เธอก็อย่าเอาแต่แกล้งเขาสิ ปกติเธอห้าวจะตาย แต่ต่อหน้าพวกแฟน ๆ ไม่ใช่ทำตัวเป็นพี่สาวแสนอ่อนโยนหรอกเหรอ”
