หลังถ่ายทำเสร็จ พวกเขายังถ่ายฉากพิเศษสั้น ๆ ท้ายเรื่องเพิ่มอีกฉาก
หลังจากฉู่หลิงโจวกลายเป็นข้อมูลพิกเซลสลายหายไปในด่านสุดท้าย ผู้กำกับก็ให้ซ่งสืออันถ่ายเพิ่มอีกช็อต
ในห้องควบคุมหลักอันว่างเปล่า จู่ ๆ หน้าจอที่เรียงรายเต็มผนังก็กะพริบพร้อมกัน จุดสีแดงทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีเขียวในชั่วพริบตา ก่อนจะดับลงจนหมด
กล้องเลื่อนไปจับเก้าอี้เล่นเกมตัวนั้น พนักเก้าอี้พาดด้วยเชือกถักทำมือสีซีดเส้นเดิม ในเงามืดตรงมุมห้อง มีเงาร่างพร่าเลือนเอียงศีรษะเล็กน้อย แล้วพูดว่า “เกมยังไม่จบหรอกนะ”
ฉากนี้มีแค่ไม่กี่วินาที ผู้กำกับบอกว่าจะเก็บไว้เป็นฉากพิเศษท้ายเรื่อง
ในที่สุดก็ปิดกล้องกันเรียบร้อย
ซ่งสืออันรับซองเงินปิดกล้องมา บีบดูความหนาด้วยนิ้ว ผู้กำกับใจกว้างจริง ๆ
ผู้กำกับตบมือเรียกทุกคน “คืนนี้ไปกินเลี้ยงกันไหม? แถวนี้ไม่มีอะไรให้กินเท่าไร ฉันให้คนไปซื้อของมาแล้ว เราจะปิ้งย่างกันกลางแจ้ง กินเสร็จค่อยถ่ายเบื้องหลังอีกหน่อยก็ถือว่าจบงาน”
ซ่งสืออันเก็บของเรียบร้อยก่อนใคร เหอหมิงโหลวกับเวินชิงเดินเข้ามาหา
เวินชิงพิงกล่องอุปกรณ์ ปกติไม่ค่อยได้เห็นเธอพูดจาจริงจังแบบนี้ “ก็แอบเสียดายอยู่เหมือนกันนะ กินเลี้ยงคืนนี้เสร็จ กว่าจะได้เจอกันอีกทีคงตอนโปรโมตก่อนปีใหม่ ถ้าว่าง พวกเรานัดกินข้าวกันเองสักมื้อเถอะ”
ซ่งสืออันพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ได้ครับ พี่ชิง”
เหอหมิงโหลวยื่นถุงใบหนึ่งให้เขา “พวกนี้เป็นของที่นายชอบกินทั้งนั้น เอากลับไปเยอะ ๆ ค่อย ๆ กินนะ”
ซ่งสืออันตาเป็นประกาย รับถุงมาแล้วชะโงกมองข้างใน มีทั้งเนื้อแดดเดียว ช็อกโกแลต และบิสกิตนำเข้า ล้วนเป็นของโปรดทั้งนั้น เขาเงยหน้าขึ้นพูดอย่างสุภาพว่า “ขอบคุณครับ พี่โหลว”
