ซ่งสืออันมองท่าทางไม่สะทกสะท้านของเขาแล้วเอ่ยว่า “เรียกพ่อสักคำสิ แล้วฉันจะพาขึ้นไป”
เหอเจ๋ออวี่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินสามคำแรก ดวงตาเป็นประกาย “พาขึ้นไปยังไง!”
ซ่งสืออันจนคำพูดจริง ๆ น่าจะปล่อยเขาทิ้งไว้ตรงนี้ให้ตากแดดจนแห้งไปเลย จะได้รู้จักเจียมตัว
เขาหันหลังย่อตัวลงตรงหน้าเหอเจ๋ออวี่ “ขึ้นมา”
เหอเจ๋ออวี่มองแผ่นหลังตรงหน้า ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ช่างเถอะ...” เป็นผู้ชายตัวโตแท้ ๆ ยังต้องให้คนอื่นแบกขึ้นเขา ถ้าเรื่องแพร่ออกไป เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในวงการบันเทิง
ซ่งสืออันคร้านจะพูดมาก เขาลุกขึ้นแล้วหิ้วเหอเจ๋ออวี่พาดบ่าเหมือนกระสอบ ก้าวข้ามบันไดขึ้นไปทีละสองขั้น
ท้องของเหอเจ๋ออวี่ปั่นป่วนอย่างหนัก โลกตรงหน้าหมุนคว้าง จากขั้นบันไดกลายเป็นทางบนเขาที่อยู่ด้านหลัง “เชี่ย! สุดยอดไปเลยพี่!”
ตอนนี้เขาเชื่อเต็มร้อยแล้วว่าซ่งสืออันเดินข้ามป่าฝนได้จริง ๆ แต่ช่วยปล่อยเขาลงก่อนได้ไหม จะอ้วกแล้ว...
หลินฟานปีนไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับไปมองสองครั้ง พี่ชายของเขาทำไมยังไม่ตามขึ้นมาอีก
เขาเขย่งปลายเท้าชะโงกมองลงไปทางเชิงเขา แล้วก็เห็นพี่ชายแบกวัตถุรูปร่างเหมือนคนกำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของหลินฟานเบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
ช่างภาพปาปารัสซี่ที่ซุ่มอยู่กลางไหล่เขากำลังยกกล้องหามุมอยู่ จู่ ๆ เงาพร่ามัวสายหนึ่งก็พุ่งผ่านเลนส์ไปอย่างรวดเร็ว
เขาวางกล้องลงแล้วขยี้ตา สิ่งบ้าอะไรเพิ่งผ่านไปน่ะ? เขาก้มดูภาพถ่ายต่อเนื่องในกล้อง แล้วก็เงียบไป
ซ่งสืออันตามทันกลุ่มใหญ่แล้วโยนคนที่พาดบ่าอยู่ลงกับพื้น