เฉิงจื้อเว่ยกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างกระวนกระวาย นอกจากรอยฟกช้ำบนไหล่ที่เกิดจากการชนกับหัวจ่ายน้ำดับเพลิงแล้ว ก็ไม่พบร่องรอยว่าถูกกัด
เธอถอนหายใจโล่งอก พลางตบหลังเขาเบา ๆ “ตามหลังฉันมา เราไปเอายากันก่อน แล้วค่อยไปรวมกับพวกเขา”
ฉู่หลิงโจวพยักหน้า ก่อนเดินตามหลังเฉิงจื้อเว่ยอย่างว่าง่าย
ทั้งคู่เดินผ่านทางเดินหลายสาย ระหว่างทางมีซอมบี้กระจัดกระจายอยู่บ้างเป็นครั้งคราว ทุกครั้งที่เฉิงจื้อเว่ยเหวี่ยงไม้จัดการพวกมัน ฉู่หลิงโจวก็จะยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ กอดกระเป๋าพยาบาลรอเงียบ ๆ
ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงห้องเก็บยาอย่างปลอดภัย เธอค้นหาอุปกรณ์เก็บตัวอย่างกับน้ำยาต้านไวรัสที่ต้องใช้ แล้วเก็บทั้งหมดใส่กระเป๋าเป้
สิ่งที่เธอไม่ทันสังเกตคือ ตอนซอมบี้กระจัดกระจายพวกนั้นพุ่งเข้ามา แต่ละครั้งพวกมันล้วนเฉียดผ่านตัวฉู่หลิงโจวไปเพียงนิดเดียว
ม่อจ้าวถูกไล่ต้อนจนมุมห้องเก็บเอกสาร ด้านหลังเป็นกำแพง ส่วนเบื้องหน้ามีซอมบี้ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ
เขาปีนขึ้นไปบนตู้เสื้อผ้าเก่า บานประตูถูกซอมบี้กระชากลงมาเหยียบจนแตกละเอียดไปแล้ว ด้านล่างมีซอมบี้อย่างน้อยยี่สิบกว่าตัว ต่างเหยียบกันปีนขึ้นมา
เขาคว้าปืนพกกระบอกสุดท้ายออกมา กระสุนหมดเกลี้ยงไปนานแล้ว จึงทำได้เพียงใช้ตัวปืนเป็นกระบองทุบใส่ซอมบี้ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด
ตอนลู่ฉือมาถึง ฝูงซอมบี้ก็แทบจะกองสูงถึงยอดตู้แล้ว
เขาฟันซอมบี้ชั้นนอกล้มไปหลายตัว ก่อนจะมองเข้าไปข้างใน บนตู้เหลือเพียงรองเท้าข้างหนึ่งที่ถูกกระชากหลุด กับคราบเลือดสีแดงคล้ำหนึ่งหย่อม
ตอนเฉิงจื้อเว่ยพาฉู่หลิงโจวมาถึงจุดนัดพบ ลู่ฉือกำลังพิงกำแพงเช็ดคราบเลือดบนดาบ เธอกวาดตามองทุกคนที่อยู่ตรงนั้น “ม่อจ้าวล่ะ?”
