สวี่เหยียนจือย่อตัวลง วางดาบประกอบฉากไว้ข้าง ๆ แล้วยื่นมือดึงเขาลุกขึ้น
ขอบตาของเขายังแดงเรื่ออยู่เล็กน้อย แต่สีหน้ากลับถูกคำพูดเมื่อครู่ของซ่งสืออันพาให้ออกทะเลไปแล้ว มุมปากเม้มยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
ซ่งสืออันจับแขนเขาพยุงขึ้น ปัดฝุ่นที่ติดอยู่บนชุดแสดง
“เมื่อกี้ฉันเล่นเป็นไงบ้าง”
สวี่เหยียนจือมองดูใบหน้าของเขาที่เลอะทั้งเลือดปลอมทั้งฝุ่น แถมยังยิ้มไม่คิดเล็กคิดน้อยอีก เงียบไปสองวินาที
“ตอนเลียเลือดนั่น” เขาพูด “ถ้าแกบอกฉันสักคำก่อน ฉันก็คงไม่เกือบรับไม่ทัน”
“งั้นถ้าฉันบอกแกก่อน แกก็ไม่ตกใจน่ะสิ” ซ่งสืออันพูดอย่างมีเหตุฟูล "ไม่ตกใจก็ไม่ใช่ฉินเหยี่ยนแล้ว”
สวี่เหยียนจือคิดดูแล้ว รู้สึกว่ามีเหตุผลอย่างน่าประหลาด
หลังจากล้างเครื่องสำอางและเปลี่ยนชุดเรียบร้อย ซ่งสืออันเพิ่งเดินออกจากห้องแต่งตัว ก็ปะเหมาะกับเจ้าหน้าที่กองเสี่ยวโจว
เสี่ยวโจวอุ้มถุงกระดาษคราฟต์ใบหนึ่ง ป่องตุ่ย ยัดใส่มือเขา
“พี่สืออัน นี่เป็นของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ปิดกล้องที่กองถ่ายแจกให้นักแสดงทุกคนนะครับ ข้างในมีขนมกับรูปถ่ายพร้อมลายเซ็นจากเรื่อง”
ซ่งสืออันรับมามองดูแวบหนึ่ง แล้วขอบคุณ
เขาสะพายเป้ ทักทายทีมงานที่คุ้นเคยในกองถ่ายหลายคน จากนั้นก็เดินไปทางประตูใหญ่หมู่บ้านภาพยนตร์
กลับถึงมหา'ลัยก็บ่ายวันถัดมาแล้ว
ซ่งสืออันลากกระเป๋าเดินเข้าเขตมหาวิทยาลัย ใบไม้บนถนนอู่ถงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
ตอนที่เขาจากไปทั้งต้นยังเป็นสีเขียวเข้ม ตอนกลับมายอดไม้กลับถูกเคลือบขอบสีทองไปแล้ว ลมปลายเดือนกันยายนพัดมาเย็นสบายขึ้นไม่น้อย
