บทที่ 12 คุณเป็นสายลับที่ซูหนิงหนิงส่งมาหรือไง
พอถึงช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เซิ่นซิงไป๋ก็จำเป็นต้องกลับไปอยู่บ้าน
ขาของเซิ่นหมิงเฉียงไม่มีทางหายดี ส่วนตัวเขาเองก็หมดสภาพไปแล้ว อารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน เอาแต่คลุ้มคลั่งด่าทอและขว้างปาข้าวของอยู่ในบ้าน ไม่เคยสงบลงแม้แต่วินาทีเดียว
บ้านหลังนี้แทบประคองต่อไปไม่ไหวแล้ว หลี่จิ้งจึงต้องทำงานวันละสองงานเพื่อหาเงิน ออกแต่เช้ากลับดึก ไม่มีเวลามาสนใจเซิ่นซิงไป๋ และเธอก็ขี้เกียจจะสนใจเขาด้วย
เซิ่นซิงไป๋กลับรู้สึกว่าสงบดีเสียอีก
กลางวันเขาอยู่ที่ห้องสมุด พอตกกลางคืนกลับถึงบ้านก็ปิดประตูห้องทันที ไม่ว่าเซิ่นหมิงเฉียงจะกรีดร้องคลุ้มคลั่งอยู่ข้างนอกอย่างไร เขาก็ใส่ที่อุดหู
แล้วอ่านหนังสือเรียนอย่างเงียบ ๆ เหนื่อยเมื่อไรก็เข้านอนเมื่อนั้น ราวกับประตูบานนั้นกั้นโลกสองใบออกจากกัน
แต่ยิ่งเขาสงบและเก่งกาจ เซิ่นหมิงเฉียงก็ยิ่งเกลียดเขา
เมื่อเห็นเซิ่นซิงไป๋สูงขึ้นทุกวัน รูปร่างสง่าผ่าเผย หน้าตาก็หล่อเหลาอ่อนโยนขึ้นเรื่อย ๆ แล้วหันมามองตัวเองที่เสื่อมโทรมพิการ สภาพราวกับไม่ใช่คนไม่ใช่ผี
เขาก็ยิ่งหมกมุ่นเชื่อว่าเซิ่นซิงไป๋กำลังเยาะเย้ยและดูถูกเขาอยู่เงียบ ๆ
ความอิจฉาริษยาและความเกลียดชังทำให้เขาขาดสติไปโดยสิ้นเชิง
คืนนั้นเอง เซิ่นหมิงเฉียงก็คลุ้มคลั่งถึงขีดสุด
เขาไม่ได้นอนทั้งคืน เอาแต่นั่งนิ่งอยู่หน้าประตูห้องของเซิ่นซิงไป๋
พอรุ่งเช้า เสียงประตูห้องของเซิ่นซิงไป๋ขยับดังขึ้น เซิ่นหมิงเฉียงก็จับกรอบประคองตัวลุกขึ้นยืน มือกำบางสิ่งไว้แน่น
ทันทีที่เซิ่นซิงไป๋เปิดประตู แสงเงินก็วาบขึ้น มีดเล่มหนึ่งฟันตรงเข้าใส่เขา
เซิ่นซิงไป๋ตอบสนองได้รวดเร็ว เขายกมือขึ้นกันตามสัญชาตญาณ แขนซ้ายถูกฟันเข้าอย่างจัง เลือดทะลักออกมาทันที
