ช่วงบ่ายซูซื่อเซิ่งมาแจ้งความ และเล่าเหตุการณ์บางส่วนให้ตำรวจฟังไปแล้ว ทั้งยังลงบันทึกปากคำเรียบร้อย
ตำรวจคนอื่นเห็นฟู่จิ่งสุยพาครอบครัวของเด็กหญิงที่หายตัวไปเข้าห้องสอบสวน จึงนำบันทึกปากคำที่จดไว้เมื่อช่วงบ่ายเข้าไปให้
ฟู่จิ่งสุยพลิกอ่านบันทึกปากคำ ก่อนจะให้ซูหงหลินเล่าเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง
“ผมกับน้องสาวเล่นกันอยู่นอกลานบ้าน แล้วก็เจอพี่ตู้ที่อยู่บ้านข้าง ๆ เขาคุ้นเคยกับแถวนี้ดี ผมเลยพาน้องไปเล่นกับเขา”
“พี่ตู้มีลูกข่างโยโย่ที่น่าสนุก ผมชอบเลยมองอยู่หลายครั้ง แล้วก็... แล้วพอผมหันกลับไปมองน้องอีกที น้องก็หายไปแล้ว... ฮือ ๆ!”
ซูหงหลินมัวแต่สนใจของเล่น จนไม่ได้ดูน้องสาวให้ดี จึงรู้สึกผิดมาก
พอถึงตอนนี้ เขาก็ร้องไห้อีกครั้ง
“พี่ตู้เป็นใคร?” ฟู่จิ่งสุยถาม “เป็นลูกของพนักงานโรงฆ่าสัตว์เหมือนกันหรือเปล่า?”
ฟู่จิ่งสุยเห็นข้อมูลการทำงานของซูซื่อเซิ่งในบันทึกปากคำ จึงรู้ว่าเขาเป็นพนักงานโรงฆ่าสัตว์
“ใช่ครับ บ้านพี่ตู้อยู่ไม่ไกลจากบ้านเรา”
ในบันทึกปากคำก่อนหน้านี้ เขียนไว้เพียงว่าเด็กสองคนออกไปเล่น แล้วน้องสาวก็หายตัวไปโดยไม่ทันระวัง
ไม่มีเรื่องพี่ตู้เลย
“ไม่รู้ชื่อเขาเหรอ?”
ซูหงหลินเพิ่งย้ายมาอยู่แถวนี้ได้ไม่กี่วัน เคยเจอหน้าอีกฝ่ายเท่านั้น จึงไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร
เขาส่ายหน้า
ซูเสี่ยวหม่านถามขึ้นในตอนนั้นว่า “พี่สี่ ในโรงงานของพี่มีบ้านไหนแซ่ตู้บ้าง?”
