แววรังเกียจวาบผ่านดวงตาของหยางเมิ่งจู๋ เธออยากให้ซูเสี่ยวหม่านรู้ตัวแล้วถอยไปเสีย แต่เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้เก็บคำพูดของเธอมาใส่ใจเลย
น้ำเสียงของเธอไม่อ่อนแอเหมือนเมื่อครู่แล้ว หน้ากากที่สวมไว้พลันหลุดออก
“ซูเสี่ยวหม่าน เธอกลัวแล้วใช่ไหม? ถึงกับไม่กล้าฟังเรื่องในอดีตของพวกเราเลย!”
คนอย่างซูเสี่ยวหม่าน สิ่งที่ไม่กลัวที่สุดก็คือการถูกยั่วยุ
เธอไม่ได้โกรธ เพียงหันไปมองหยางเมิ่งจู๋ด้วยรอยยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ฉันไม่ได้กลัว ฉันแค่ไม่สนใจว่าพวกคุณเคยมีความสัมพันธ์แบบไหนกัน ขอแค่รู้ว่าตอนนี้เขาเป็นแฟนฉันก็พอ!”
“เธอ...”
หยางเมิ่งจู๋ถูกน้ำเสียงหนักแน่นของซูเสี่ยวหม่านทำเอาตะลึง ร่างที่นั่งยอง ๆ อยู่ทรุดลงไปนั่งกับพื้นทันที
เธอมองซูเสี่ยวหม่าน พลางอดสงสัยในตัวตนของอีกฝ่ายไม่ได้
เด็กสาวแบบนี้ ความมั่นใจแบบนี้ เป็นเด็กบ้านนอกจริง ๆ หรือ?
ไม่ใช่ว่าคนชนบทซื่อ ๆ กันทุกคนหรอกหรือ!
แล้วทำไมเธอถึงไม่ติดกับดักคำพูดของตัวเองล่ะ
สองประโยคที่หยางเมิ่งจู๋พูดเมื่อครู่เต็มไปด้วยจริตเสแสร้ง หากเป็นคนอื่นคงพูดเรื่องของตัวเองไปตามแนวทางที่เธอชี้นำ เผลอ ๆ ยังถูกล้วงข้อมูลจนหมดเปลือกอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กสาวที่คิดมากพอได้ยินคำพูดคลุมเครือที่เธอจงใจพูด ก็คงสงสัยว่าแฟนของตัวเองนอกใจหรือเปล่า
แต่ซูเสี่ยวหม่านไม่ติดกับดักคำพูดของเธอ กลับเป็นหยางเมิ่งจู๋เสียเองที่ถูกอีกฝ่ายสวนจนพูดไม่ออก
ซูเสี่ยวหม่านลุกขึ้น ปัดฝุ่นที่ก้นแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “สหายหยาง จริง ๆ แล้วจิ่งสุยเล่าให้ฉันฟังแล้ว เขามองเธอเป็นพี่สาวเท่านั้น พวกคุณรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้ฉันก็รู้ดี”
