ซูเสี่ยวหม่านพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
เธอถูกหน้าตาของต้นป็อปลาร์หนุ่มดึงดูดก็จริง แต่ก็ไม่ได้คลั่งไคล้ผู้ชายหน้าตาดีขนาดนั้น
ยิ่งเมื่อมองจากประสบการณ์ที่เธอโลดแล่นมาหลายปี ทั้งยังเคยคบหาดูใจกับผู้ชายมาแล้วตั้งหลายคนในชาติก่อน ต้นป็อปลาร์หนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้มีใจให้เธอเลย
ไม่เพียงแค่ไม่สนใจเธอเท่านั้น ดูท่าเขายังอยากอยู่ห่างจากเธอให้มากที่สุดด้วย
เมื่อครู่ต้นป็อปลาร์หนุ่มมีสีหน้าตกใจปนเย็นชา คงคิดว่าเธอเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อน
พูดแล้วก็น่าขำ ทั้งที่เธอชอบหน้าตาเขา แต่ก็ไม่ได้คลั่งไคล้จนหน้ามืดตามัวเสียหน่อย
ต่อให้ชอบผู้ชายอายุน้อยกว่า เธอก็ต้องเลือกคนที่เต็มใจคบด้วยสิ
ซูเสี่ยวหม่านสาวเท้าเดินฉับ ๆ สลัดฟู่จิ่งสุยออกจากความคิด แล้วมุ่งหน้าไปยังตำบลอย่างรวดเร็ว
วันนี้เธอเข้าเมืองมาเพื่อโทรศัพท์ แล้วก็จะไปสหกรณ์จำหน่ายสินค้าสักหน่อย อยากดูว่ายุคนี้มีของอะไรขายบ้าง
ซูเสี่ยวหม่านซื้อของจากร้านค้าในระบบได้ก็จริง แต่ของหลายอย่างในนั้นไม่เหมาะจะนำมาใช้ในยุคนี้
ของที่ทั้งประเทศยังไม่มีขาย เธอไม่กล้าเอาออกมาใช้หรอก ไม่อย่างนั้นคงถูกจับตามองหรือไม่ก็ถูกจับตัวไปแน่
ฟู่จิ่งสุยเห็นซูเสี่ยวหม่านเดินจากไปอย่างไม่ลังเล ก็ยกมือเกาจมูกอย่างกระอักกระอ่วน
เขารู้สึกเขินอยู่หน่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงสิ่งที่ตัวเองเข้าใจผิดไปก่อนหน้านี้
“จิ่งสุย พูดไปแล้ว นายกับสาวผิวคล้ำคนนั้นก็มีวาสนาต่อกันนะ อยู่ตำบลเดียวกันด้วย!”
วันนั้นฟู่จิ่งสุยนั่งรถมาพร้อมกับซูเสี่ยวหม่าน พนักงานเก็บตั๋วเห็นเข้าพอดี
