โจวหย่งคังฟังความหมายประชดประชันของซูเสี่ยวหม่านไม่เข้าใจ แต่ก็รู้แล้วว่าซูเสี่ยวหม่านเอาจริง ผู้หญิงคนนี้มาทวงเงินเขาจริง ๆ
ชั่วขณะนั้นโจวหย่งคังก็ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
หวังลี่ลี่เป็นเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ที่เขาเพิ่งรู้จัก บ้านอยู่ในเมือง แถมยังสวยสะดุดตา ถ้าไม่ใช่เพราะเขาหน้าตาหล่อเหลา ก็คงจีบหวังลี่ลี่ไม่ติด
แต่ซูเสี่ยวหม่านก็เป็นปลาตัวใหญ่ที่เขาตัดใจทิ้งไม่ลง แม้ซูเสี่ยวหม่านจะสวยสู้สาวในเมืองไม่ได้ แต่ตระกูลซูมีอิทธิพลมากในหมู่บ้านต้ากั่ง อีกทั้งซูเสี่ยวหม่านยังเป็นที่รักของคนในบ้าน
พ่อแม่ของเขาก็อยู่ในหมู่บ้าน เขาจะทำให้ซูเสี่ยวหม่านไม่พอใจไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ผ่านมาเธอตามใจเขาทุกอย่าง ทั้งยังสงสารเขาและให้เงินเขาใช้
ความเงียบของโจวหย่งคังทำให้หวังลี่ลี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่พอใจ
“โจวหย่งคัง ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่ พวกคุณมีความสัมพันธ์อะไรกัน?”
แม้หวังลี่ลี่จะดูแคลนซูเสี่ยวหม่าน แต่ท่าทีของโจวหย่งคังก็ทำให้เธอเริ่มสงสัย
ซูเสี่ยวหม่านมองทั้งคู่ด้วยสีหน้าเจตนาร้าย กอดอกแล้วตะโกนถามว่า “ใช่สิ โจวหย่งคัง เราสองคนเป็นอะไรกันแน่ ลองพูดมาสิ!”
ไม่รู้ทำไม ตอนซูเสี่ยวหม่านถามประโยคนี้ หัวใจกลับรู้สึกขมปร่าอยู่หน่อย ๆ
ซูเสี่ยวหม่านรู้ว่าอารมณ์นี้ไม่ใช่ของเธอแน่ ต้องเป็นความรู้สึกที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้
เพราะเจ้าของร่างเดิมชอบผู้ชายสารเลวตรงหน้าคนนี้จริง ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่คิดสั้นเมื่อได้ยินว่าเขามีแฟนแล้ว
เจ้าของร่างเดิมคงรับมือกับความทุ่มเทตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้สินะ!
เจ้าของร่างเดิมเป็นที่รักของคนในตระกูลซู แต่สภาพความเป็นอยู่ในชนบทสมัยนั้นจะดีแค่ไหนกัน เธอเก็บของอร่อยที่ครอบครัวให้ไว้ แล้วเอาไปให้โจวหย่งคังผู้ชายสารเลวคนนี้หมด
จนร่างกายของตัวเองเติบโตไม่ดีไปด้วย ไม่อย่างนั้นหน้าอกคงไม่แบนราบเป็นสนามบินแบบนี้
ตอนนี้พอซูเสี่ยวหม่านมองโจวหย่งคัง ก็อยากจะทุบหัวเขาให้แตก
คิดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ซูเสี่ยวหม่านก้าวเข้าไปแล้วชกเข้าที่จมูกเขาอย่างจัง จากนั้นยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว เธอก็คว้าตัวเขาขึ้นมาแล้วตบซ้ายตบขวาอีกหลายฉาด!
อ๊ากกกก~~~
เสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังขึ้นทันที โจวหย่งคังร้องโอดโอย
ซูเสี่ยวหม่านไม่สนใจเสียงร้องของโจวหย่งคัง เธอยื่นมือไปบิดหูเขาอย่างแรง
ซูเสี่ยวหม่านถามอย่างดูแคลนว่า “เป็นไงล่ะ นึกไม่ออกหรือไง?”
เจ้าของร่างเดิมทำเพื่อผู้ชายสารเลวคนนี้ตั้งมากมาย สุดท้ายกลับไม่ได้แม้แต่สถานะคนรัก
โควตาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของโจวหย่งคังก็เป็นเจ้าของร่างเดิมอย่างซูเสี่ยวหม่านที่ช่วยพูดให้ เขาถึงได้มา!
ตอนนี้หมอนี่กลับทำเป็นไม่รู้จักกันเสียแล้ว
แต่โจวหย่งคังเป็นคนเจ้าเล่ห์ เขาเอาแต่บอกคนในหมู่บ้านว่าคิดกับเจ้าของร่างเดิมอย่างซูเสี่ยวหม่านแค่น้องสาว เพราะในตระกูลซูมีเด็กผู้ชายหลายคน เขาจึงมักไปเล่นกับพวกนั้น
ชาวบ้านไม่ได้ระแวงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของร่างเดิมอย่างซูเสี่ยวหม่านกับโจวหย่งคัง
เจ้าของร่างเดิมอย่างซูเสี่ยวหม่านจึงได้แต่กลืนความขมขื่นลงท้อง มีความทุกข์แต่พูดไม่ออก
ซูเสี่ยวหม่านบิดหูเขาสองรอบอย่างโหดเหี้ยม จนโจวหย่งคังร้องลั่น “เสี่ยว...เสี่ยวหม่าน เธอ...เธอปล่อยมือก่อน ฉัน...ฉันยอม...ยอมทำตามทุกอย่าง!”
ใบหน้าของโจวหย่งคังเต็มไปด้วยเลือดกำเดา เขาพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของซูเสี่ยวหม่าน แต่กลับพบว่าแรงของเธอเพิ่มขึ้นด้วย
เขาดิ้นอย่างไรก็หลุดจากมือซูเสี่ยวหม่านไม่ได้
ครั้งนี้ซูเสี่ยวหม่านมาเพื่อทวงเงิน แถมยังจะจัดการเขาสักยกด้วย “คืนเงิน ได้ยินชัดไหม?”
โจวหย่งคังเจ็บตัวจากการถูกซ้อม แถมซูเสี่ยวหม่านยังดูเหมือนนางยักษ์ เขาจึงกลัวขึ้นมา
“ได้ ๆ ๆ ฉัน...ฉันคืนเงิน เธอปล่อยมือก่อน!”
ซูเสี่ยวหม่านปล่อยมือ “ได้ งั้นฉันเอาตอนนี้เลย!”
โจวหย่งคัง “.........”
สีหน้าของโจวหย่งคังชะงักไป ตอนนี้เขาจะไปหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน
เขาพยายามประนีประนอม เอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “เสี่ยวหม่าน ตอนนี้ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้น เธอลองฟังแบบนี้ก่อนได้ไหม...”
ซูเสี่ยวหม่านหมดความอดทน ยังไม่ทันรอให้โจวหย่งคังพูดจบก็ขัดขึ้นว่า “ไม่ได้ วันนี้ฉันต้องได้เงิน!
ไม่ว่าแกจะไปยืมใครมา ก็ต้องหาเงินมาคืนฉันให้ครบ 88 หยวน 8 เจี่ยว 6 เฟิน ขาดไปแม้แต่เฟินเดียวก็ไม่ได้!”
ในปี 1975 ค่าแรงของคนงานทั่วไปอยู่ที่เดือนละ 20 ถึง 40 หยวน ส่วนบางคนที่ค่าแรงต่ำก็ได้แค่ 5 หรือ 10 หยวนเท่านั้น
ยุคนั้นยังไม่มีการปฏิรูปเปิดประเทศ หาเงินสักเฟินก็ยากเย็นแสนเข็ญ
เงินแปดสิบกว่าหยวนของซูเสี่ยวหม่าน บางส่วนก็หลอกย่าซูมา โดยอ้างเหตุผลอย่างอื่น
วันนี้ซูเสี่ยวหม่านต้องเอาเงินคืนให้ได้
“เสี่ยวหม่าน เงินพวกนี้ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเธอคำนวณถูกหรือเปล่า ให้ฉันลองคิดดูดี ๆ ก่อนได้ไหม?”
โจวหย่งคังไม่คิดว่าจะมีหนี้ก้อนใหญ่ขนาดนี้ พอได้ยินก็ถึงกับตกใจ เขาคิดว่าซูเสี่ยวหม่านตั้งใจแก้แค้นเขา
ซูเสี่ยวหม่านหัวเราะด้วยความโมโห แล้วหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋า “วางใจได้ บัญชีฉันจดไว้ทีละรายการ!
ทั้งเวลาและเหตุผล ฉันจำได้ชัดเจน ถ้าแกไม่วางใจ พวกเราไปสถานีตำรวจ ให้เจ้าหน้าที่เป็นพยานก็ได้”
โจวหย่งคัง “........”
โจวหย่งคังรู้สึกเหมือนถูกหลอก ซูเสี่ยวหม่านไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิด เงินที่เธอให้เขาไปยังจดบัญชีไว้ด้วย!
“ไม่ต้องหรอก ไม่ต้องไปสถานีตำรวจ” โจวหย่งคังไม่อยากขายหน้ามากไปกว่านี้
และไม่อยากทำให้ซูเสี่ยวหม่านโกรธจนตัดขาดกัน
ในใจเขายังมีแผนเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ จู่ ๆ ก็คิดออกขึ้นมา
ที่ซูเสี่ยวหม่านโกรธขนาดนี้ ต้องเป็นเพราะหึงแน่ ๆ!
ผู้หญิงที่ชอบเขา พอเห็นเขาสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นแล้วโกรธขนาดนี้ ก็เป็นเรื่องปกติ
โจวหย่งคังคิดถึงจุดนี้แล้วก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นอย่างนั้น
ที่จริงเขายังไม่อยากตัดขาดกับซูเสี่ยวหม่าน หัวหน้าหน่วยซูจะดูแลครอบครัวเขามากขึ้นเพราะความสัมพันธ์กับซูเสี่ยวหม่าน
โจวหย่งคังไม่รู้เลยว่าซูเสี่ยวหม่านตรงหน้าเปลี่ยนไส้ในไปแล้ว
ความคิดทั้งหมดของเขาเป็นเพียงความเพ้อฝันลม ๆ แล้ง ๆ!
ตอนแรกหวังลี่ลี่ยังสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างโจวหย่งคังกับซูเสี่ยวหม่าน แต่ตอนนี้เมื่อเห็นซูเสี่ยวหม่านลงมือกับเขาอย่างหนัก ความระแวงในใจก็ลดลงไปบ้าง
แต่เธอก็ไม่พอใจที่โจวหย่งคังต้องคืนเงินเช่นกัน
“หย่งคัง คุณติดหนี้เธอจริง ๆ เหรอ?”
โจวหย่งคังเช็ดเลือดกำเดา แล้วเดินไปหาหวังลี่ลี่ ก่อนจะจูงมือเธอเดินออกไปไกลหน่อยและปลอบว่า “ลี่ลี่ เธอก็เห็นแล้ว ผู้หญิงคนนี้เป็นศัตรูของฉัน มาทวงเงินอย่างเดียว เธอช่วยฉันหน่อยได้ไหม?”
หวังลี่ลี่มองโจวหย่งคังอย่างระแวง “เห็นปกติคุณใช้เงินเก่ง ไม่เหมือนคนไม่มีเงินเลย ทำไมถึงติดหนี้มากขนาดนี้ล่ะ?”
โจวหย่งคังเป็นคนที่ยอมลงทุนกับผู้หญิงไม่น้อย เขามีแววจะเป็นหนุ่มหน้าสวยที่เกาะผู้หญิงกินอยู่แล้ว
ตอนแรกเขาก็ทำดีต่อหน้าคนอื่นเก่งมาก
สิ่งที่เขาถนัดที่สุดคือเริ่มจากให้ผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ ล่อใจเพื่อนร่วมชั้นหญิง จากนั้นค่อยทำให้พวกเธอสงสาร แล้วหันมาเป็นฝ่ายจ่ายเงินให้เขา
โจวหย่งคังใช้วิธีนี้ได้อย่างช่ำชองแล้ว
“ลี่ลี่ เธอก็รู้ว่าฉันมาจากชนบท ผู้หญิงคนนี้อยู่หมู่บ้านเดียวกับฉัน ตอนนี้มาทวงเงิน เธอลองดูสิว่าจะช่วยฉันได้ไหม!”
โจวหย่งคังคิดว่าตัวเองสนิทกับหวังลี่ลี่มากแล้ว ถึงได้กล้าเอ่ยปากขอแบบนี้
หวังลี่ลี่ “.........”
