นักบัญชีหลิวฉวยโอกาสนี้อธิบายวิธีคิดค่าบริการของโรงสีทั้งสองแบบให้ทุกคนฟัง แม้วิธีที่สองจะไม่คิดเงิน แต่รำข้าวทั้งหมดจะเก็บไว้ใช้เป็นอาหารสัตว์
คนส่วนใหญ่ยังคงยินดีจ่ายเงิน
ข้าวสามกระสอบของครอบครัวซูก็สีเสร็จอย่างรวดเร็ว
ซูต้าเฉียงจ่ายค่าโม่ข้าวต่อหน้าคนในหมู่บ้าน
เมื่อซูต้าเฉียงเป็นคนเริ่ม บ้านอื่น ๆ ที่กลับไปขนข้าวมาในภายหลังก็ยอมจ่ายเงินกันอย่างเรียบร้อย
เดิมทีวันนี้ตั้งใจแค่ทดลองเครื่องจักร แต่ไม่คิดว่าคนในหมู่บ้านจะรีบร้อนมาโม่ข้าว จนเครื่องจักรเดินเครื่องไปถึงค่ำ
โรงสีข้าวหมู่บ้านต้ากั่งเปิดกิจการ แถมคิดราคาเท่ากับในตัวเมือง ทำให้คนจากหมู่บ้านอื่นหลายคนเริ่มสนใจ
พวกเขาได้ยินมาว่าเครื่องจักรของหมู่บ้านต้ากั่งทำงานรวดเร็ว อีกทั้งเดินทางมาที่นี่สะดวกกว่าการเข้าไปในตัวเมืองมาก
หลังจากนั้น คนที่มาหมู่บ้านต้ากั่งเพื่อโม่ข้าวก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
หมู่บ้านต้ากั่งดึงลูกค้าของคลังธัญพืชในตัวเมืองมาได้สำเร็จ
ทางคลังธัญพืชเองก็สังเกตเห็นสถานการณ์นี้ แต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
อย่างไรเสียพวกเขาก็กินเงินเดือนหลวง ต่อให้ไม่มีใครมาโม่ข้าว พวกเขาก็ยังได้เงินเดือนเหมือนเดิม
ชีวิตที่ไม่ต้องทำงานแต่ยังได้เงินแบบนี้ สบายจะตาย
เพราะอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าสถานีซุนหรือผู้อำนวยการเหลียง ต่างก็ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ
พอหน้าคลังธัญพืชไม่ต้องต่อแถวยาวเหยียด ก็ช่วยลดความยุ่งยากให้พวกเขาไปด้วย
กิจการโรงสีข้าวของหมู่บ้านต้ากั่งรุ่งเรืองมาก คนทั้งแปดในคอกวัวจึงไม่พอใช้งาน