ศาสตราจารย์ซ่งไม่คิดเลยว่าซูเสี่ยวหม่านจะมีแรงเยอะขนาดนี้
เธอหันไปมองผู้เฒ่าถานแวบหนึ่ง คล้ายอยากพูดแต่ก็ไม่พูด
ผู้เฒ่าถานนึกถึงยาที่เพิ่งได้มาอย่างยากลำบาก จึงเอ่ยขึ้นว่า “หนู เอารถเข็นมาสิ เดี๋ยวลุงช่วยดูให้ ถ้ามีเครื่องมือ ลุงซ่อมให้ได้”
ซูเสี่ยวหม่านดีใจมาก แบกจักรยานแล้วกระโดดโลดเต้นเข้ามา
“ลุงถาน ซ่อมเป็นจริง ๆ เหรอคะ?”
ดวงตาของซูเสี่ยวหม่านเป็นประกาย เธอรู้สึกว่าได้ผู้ช่วยดี ๆ มาแล้ว
ผู้เฒ่าถานเชิดอกขึ้น พลางพูดเรียบ ๆ ว่า “จักรยานนับเป็นอะไรได้ ของชิ้นใหญ่กว่านี้ลุงก็ซ่อมได้”
ศาสตราจารย์ซ่งเอ่ยขึ้นว่า “เมื่อก่อนเหล่าถานเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สอนวิชาช่างกลน่ะ”
ซูเสี่ยวหม่าน “........”
สวรรค์ เธอเก็บของดีได้แล้วนี่นา
เธอกำลังคิดจะซื้อจักรยานเก่าพวกนั้นมาไว้ในครอบครองอยู่พอดี ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง นี่มันโชคดีอะไรขนาดนี้!
ดวงเฮงเกินไปแล้วไหมเนี่ย!
ซูเสี่ยวหม่านแบกจักรยานพาดบ่าเดินมาหาผู้เฒ่าถาน “ลุงถาน ลุง...ลุงเก่งจริง ๆ เลยค่ะ”
ผู้เฒ่าถานกระแอมเบา ๆ เมื่อนึกถึงเกียรติยศในอดีตกับสภาพอันอัตคัดตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความภาคภูมิใจเมื่อครู่ก็พลันมลายหายไป
“วางรถลงก่อน ลุงจะตรวจดูให้ แล้วค่อยบอกว่าต้องใช้เครื่องมืออะไรบ้าง”
แถวคอกวัวแห่งนี้ย่อมไม่มีเครื่องมือซ่อมรถ
ซูเสี่ยวหม่านตอบรับสองครั้ง ก่อนแบกจักรยานเข้าไปในลานของคอกวัว
