พี่สะใภ้สี่วางของลงบนรถอย่างตื่นเต้น แล้วอุ้มเด็กสองคนขึ้นไปด้วย
คราวนี้ซูหงซิงกับซูอู่ฟู่ก็มาด้วย ทั้งคู่ช่วยขนของ
พอทุกคนขึ้นรถกันครบ รถไถก็ส่งเสียงกระหึ่มแล่นออกไป
พี่สะใภ้สามมองพี่สะใภ้สี่อย่างอิจฉา จริง ๆ แล้วเธอก็อยากเข้าเมืองไปดูเหมือนกัน
ซูอวี้ซินดูออกว่าแม่กำลังคิดอะไร จึงปลอบว่า “แม่ รอหนูโตแล้ว หนูจะเข้าเมืองไปทำงาน ถึงตอนนั้นจะพาแม่เข้าไปอยู่ในเมือง เราจะได้อยู่บ้านหลังใหญ่กัน”
ซูอวี้ซินเองก็สงสัยใคร่รู้โลกภายนอกเช่นกัน
พี่สะใภ้สามดูหม่นหมองลงเล็กน้อย “เฮ้อ ไม่รู้ว่าชาตินี้แม่จะมีโอกาสได้ไปไหมนะ!”
ซูอวี้ซินรีบพูดว่า “แม่ต้องได้ไปแน่นอน!”
“พูดไปแล้ว อาสะใภ้สี่ของลูกนี่โชคดีจริง ๆ อาสี่พูดเก่งกว่าพ่อของลูกเสียอีก”
ซูอวี้ซินกลับไม่คิดอย่างนั้น เธอยังอยากให้พ่ออยู่ข้าง ๆ มากกว่า
โดยเฉพาะตอนเห็นลูกสองคนของบ้านอาสี่มองพ่อคนอื่นตาละห้อย แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉา
ซูอวี้ซินคิดว่าพ่อที่ใจอ่อนง่ายไปหน่อยก็ไม่ได้แย่นัก
“แม่ พ่อก็มีข้อดีของพ่อนะ พ่อดีกว่าอาสี่ตั้งเยอะ!”
พี่สะใภ้สามแค่บ่นไปอย่างนั้น เธอเองก็คิดว่าสามีไม่เลว
รถไถแล่นเร็วมาก ออกจากหมู่บ้านแล้วใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่งก็ถึงอำเภอ
พอถึงตัวเมืองอำเภอซินเซียง จุดหมายแรกก็คือโรงฆ่าสัตว์
ซูเสี่ยวหม่านเดินไปที่ป้อมยามอย่างคุ้นเคย บอกให้พวกเขาไปตามซูซื่อเซิ่งออกมา
