นักบัญชีหลิวยิ้มแย้ม หลังจากนับจำนวนเสร็จแล้ว เขาก็มองซูเสี่ยวหม่านอย่างสงสัย “เสี่ยวหม่าน ทำไมถึงไม่มีใครอยู่ที่นี่เลยล่ะ คนคนนั้นวางใจขนาดนั้นเลยหรือ ถึงฝากเงินไว้กับเธอ”
ซูเสี่ยวหม่านยิ้มตอบ “พี่เขยหลิววางใจได้ค่ะ ฉันเป็นคนรักษาคำพูด ถึงเวลาแล้วจะโอนเงินให้เขาเอง”
นักบัญชีหลิวไม่ได้สงสัยคำพูดของซูเสี่ยวหม่าน กลับรู้สึกนับถือเธออยู่ไม่น้อย
เขาคิดว่าก่อนหน้านี้ตัวเองมองคนผิดไปจริง ๆ เคยดูแคลนเธอจากแค่สิ่งที่เห็น
ก็จริงนะ เด็กสาวคนนี้เคยเดินทางไปเมืองฮาด้วยตัวเองตั้งแต่ก่อนแล้ว กล้าลุยยิ่งกว่าเด็กคนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน
“เอาละ คนในหมู่บ้านรอกันอยู่ พวกเราขนของขึ้นรถแล้วกลับบ้านกันเถอะ!”
ซูหงซิงกับซูอู่ฟู่พยักหน้าพร้อมกัน
ที่จริงซูหงซิงรู้สึกเสียดายอยู่บ้างที่ไม่ได้เดินเที่ยวในอำเภอให้ทั่ว
ทั้งห้าคนลงมือกันอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานก็ขนของขึ้นรถเสร็จเรียบร้อย
คนขับรถแทรกเตอร์คราวนี้ก็เป็นคนที่ผ่านการคัดเลือกจากหมู่บ้านซิงเซิ่ง ชื่อหลิวฉีจวิน รถแทรกเตอร์เป็นของชิ้นใหญ่สำหรับชนบท อยู่ในความดูแลของตำบล และหลายหมู่บ้านจะผลัดกันใช้
อาของปู่หลิวฉีจวินก็คือหลิวว่านเถียน หัวหน้ากองการผลิตหมู่บ้านซิงเซิ่ง เขาอยากกลับหมู่บ้านไปบอกอาของปู่เต็มทีแล้ว
ตอนกลับกันก็เที่ยงพอดี ซูเสี่ยวหม่านจึงเลี้ยงทุกคนไปกินบะหมี่ที่ร้านอาหารของรัฐ จากนั้นยังซื้อเครื่องดื่มอัดลมให้คนละขวด แล้วค่อยออกจากอำเภอซินเซียง
เพราะซูเสี่ยวหม่านใจกว้าง นักบัญชีหลิวจึงประทับใจเธอมากขึ้นไม่น้อย
