ไม่รู้ทำไม พอเห็นปฏิกิริยาของซูเสี่ยวหม่าน ฟู่จิ่งสุยก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
โดยเฉพาะคำว่า “ยัง” เขาฟังเข้าใจ
เขากระแอมเบา ๆ ก่อนอธิบายว่า “ผู้หญิงคนนั้นเป็นหลานสาวฝั่งบ้านแม่เลี้ยงของผม พอรู้ว่าผมย้ายมาประจำที่อันผิง ก็ยื่นเรื่องขอย้ายมาที่สถานีอนามัยอันผิง”
ซูเสี่ยวหม่านขานรับ “อ้อ” เสียงยาวเป็นพิเศษ
“ดูท่าทางผู้หญิงคนนั้นจะรักคุณมากเลยนะ!”
“ผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอ ถึงตอนนั้นคงต้องอาศัยเธอช่วยทำให้ผู้หญิงคนนั้นตัดใจ” ฟู่จิ่งสุยอธิบาย
ซูเสี่ยวหม่านหัวเราะ พลางยกมือทำท่าเคารพ “ไม่มีปัญหา!”
ดวงตาของซูเสี่ยวหม่านเป็นประกาย ถึงตอนนั้นเธอจะได้ฉวยโอกาสนี้เอาเปรียบเขาอีกสักหน่อย ฮี่ ๆ!
“ได้ งั้นตกลงตามนี้นะ”
พอกินข้าวเสร็จ ซูเสี่ยวหม่านก็ไปส่งฟู่จิ่งสุยที่สถานีตำรวจ จากนั้นจึงนั่งรถไปโรงฆ่าสัตว์
เธอตั้งใจจะไปดูว่าพี่สะใภ้สี่กับเด็ก ๆ อยู่ในอำเภอเป็นอย่างไรบ้าง
ตอนนั้นเธอเป็นคนพาทั้งสามคนมาที่นี่เอง จะปล่อยทิ้งไว้ไม่ดูดำดูดีก็ไม่ได้
เธอซื้อข้าวสาร 10 ชั่งกับแป้งสาลี 10 ชั่งจากร้านค้าในระบบ ตั้งใจเอาไปให้เด็ก ๆ
จะปล่อยให้พวกเขาหิวโซไม่ได้หรอก
นอกจากนี้ สิ่งที่ซูเสี่ยวหม่านอยากรู้ที่สุดก็คือ พี่สะใภ้สี่รู้ทันแผนการของผู้หญิงชื่อหลิวเสี่ยวฟางหรือยัง
หลังจากนั่งรถมาถึงโรงฆ่าสัตว์ ซูเสี่ยวหม่านไม่ได้เข้าไปข้างใน แต่ไปคุยกับยามอยู่ตรงป้อมยาม
รออยู่ราวสองชั่วโมง เธอก็หยิบเมล็ดแตงโมออกมาแบ่งให้เสี่ยวหวังกิน
