“พี่สาว มีคู่หมายอะไรเหรอคะ?”
เจ้าหน้าที่วัย 40 ปีถูกสาวน้อยวัยรุ่นเรียกว่าพี่สาว ก็รู้สึกดีใจไม่น้อย
เธอแอบยินดีอยู่ในใจ อย่างน้อยตัวเองก็ยังดูไม่แก่
“เสี่ยวหม่าน ฉันแซ่จ้าว ชื่อจ้าวไฉ่เฟิ่งนะ”
จ้าวไฉ่เฟิ่งอยากสนิทสนมกับซูเสี่ยวหม่าน จึงบอกชื่อแซ่ของตัวเองให้เธอรู้ด้วย ก่อนชี้ไปทางประตู
ซูเสี่ยวหม่านกำลังสงสัยเรื่องคู่หมายอยู่พอดี ตอนนี้ทั้งสองคนมีแผ่นกระจกกั้นอยู่ ถึงกระจกจะมีช่องเล็ก ๆ ตรงกลางก็ยังคุยกันไม่สะดวก ในเมื่ออีกฝ่ายเรียกให้เธอเข้าไป ซูเสี่ยวหม่านย่อมเต็มใจ
ซูเสี่ยวหม่านจึงเดินเข้าไปในห้องทำงานของจ้าวไฉ่เฟิ่ง “พี่จ้าวคะ ที่พี่พูดถึงคู่หมายคืออะไรเหรอ?”
ซูเสี่ยวหม่านลองนึกดูดี ๆ คนที่ตัวจริงเคยมีเรื่องเกี่ยวข้องด้วยก็มีแค่โจวหย่งคัง
แต่โจวหย่งคังก็ไปเรียนแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังไม่ถึงขั้นเป็นคู่หมายด้วยซ้ำ
จ้าวไฉ่เฟิ่งยิ้มแล้วพูดว่า “ก็เสี่ยวฟู่ ตำรวจที่เพิ่งมาประจำสถานีตำรวจไงจ๊ะ”
“เสี่ยวฟู่?”
ซูเสี่ยวหม่านทำหน้างุนงง หมอนั่นโผล่มาจากไหนอีกล่ะ?
เดี๋ยวก่อนนะ?
สถานีตำรวจเหรอ?
ต้นป็อปลาร์หนุ่มเหมือนจะอยู่ที่สถานีตำรวจนี่นา
เป็นอย่างที่คิด จ้าวไฉ่เฟิ่งพูดต่อว่า “ก็ฟู่จิ่งสุยไง คู่หมายของเธอ พี่สวีเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว ตอนนั่งรถพวกเธอนั่งชิดกัน หัวแทบจะชนกัน หวานกันสุด ๆ เลย”
ซูเสี่ยวหม่าน “..........”
เป็นต้นป็อปลาร์หนุ่มจริง ๆ ด้วย!!!
ซูเสี่ยวหม่านหน้าเหวอ เรื่องเข้าใจผิดนี่ใหญ่โตเกินไปแล้ว!
“พี่จ้าวเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันกับเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย!”
