ย่าซูฟังคำอธิบายของซูซานชางแล้ว ในใจก็ยังไม่ค่อยสบายใจนัก
แต่ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ใช่คนใจแคบ เมื่อญาติฝ่ายดองมาเยี่ยมและไม่มีที่พัก บ้านของลูกสะใภ้สี่ก็ว่างอยู่ หากไม่ยอมให้พัก คงดูไม่ดี
แต่สะใภ้สี่ไปอยู่ที่อำเภอแล้ว ข้าวของในบ้านยังอยู่ครบ
“เจ้าสาม แม่ยายของลูกกับคนอื่น ๆ มาแล้ว ให้พวกเขาพักห้องของหงหลินกับอวี้เจียวก็แล้วกัน ส่วนห้องของสะใภ้สี่ห้ามเข้าไป”
ซูซานชางพยักหน้า “แม่ ไม่ต้องห่วง ผมรู้แล้ว”
ซูซานชางรับกุญแจจากมือย่าซูแล้ววิ่งฝ่าสายฝนออกไป
ย่าซูถอนหายใจ ไม่มีอารมณ์จะเย็บปักถักร้อยให้หลานสาวแล้ว
“แม่ หนูเดาว่าบ้านพี่สามมีเสบียงไม่พอแน่!”
ย่าซูแค่นเสียง “ไม่พอก็อดตายกันทั้งบ้านไปเลย!”
ซูเสี่ยวหม่านยิ้ม “คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ อย่างมากก็แทะเปลือกไม้กิน!”
ย่าซูหัวเราะพลางดุ “ยัยเด็กคนนี้นี่ พูดจาเหลวไหลเป็นอย่างเดียว!”
ซูเสี่ยวหม่านกับย่าซูไม่ได้เก็บเรื่องญาติฝั่งบ้านเดิมของพี่สะใภ้สามมาใส่ใจเลย
อย่างไรเสียก็แยกบ้านกันแล้ว แต่ละครอบครัวจะใช้ชีวิตอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับตัวเอง
บ้านซูซานชาง
หลังซูซานชางออกไป แม่หลิวก็จับมือลูกสาวคนโตอย่างตื่นเต้น “ชุ่ยหง ในที่สุดก็ผ่านวันที่ลำบากมาได้เสียที!”
พี่สะใภ้สามตาแดงก่ำ พลางพยักหน้าซ้ำ ๆ “แม่ หนูก็ไม่คิดเหมือนกันว่าน้องสามีตกแม่น้ำ พอช่วยขึ้นมาแล้วจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ถึงกับยุให้แม่สามีแยกบ้านให้พวกเรา”
“นี่ไง แม่สามีรักลูกสาวคนเล็กที่สุดแล้ว น้องพูดอะไรแม่ก็ทำตาม ปีนี้พวกเราเลยได้แยกบ้าน มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องของตัวเองเสียที”