แม่หลิวเอ่ยอย่างตำหนิว่า “ถ้าเจี้ยนจวินไปเป็นทหารได้ ฉันจะต้องกลุ้มเรื่องหาลูกสะใภ้ให้เขาทำไม!”
“ชุ่ยหง ถือว่าแม่ขอร้องเถอะ ช่วยน้องชายแกหน่อยได้ไหม!”
พี่สะใภ้สามลังเลใจอย่างหนัก เธอหวงเงินมาก
ที่เธอส่งข้าวสารให้ทางบ้านได้ ก็เพราะใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว ที่บ้านยังมีข้าวเหลือ เธอเต็มใจช่วยบ้านเดิมของตัวเอง
แต่พอแม่อ้าปาก อย่างน้อยก็ต้องขอสองร้อยหยวน ซึ่งเท่ากับเงินของเธอหายไปกว่าครึ่ง
เธอเจ็บปวดราวกับเลือดกำลังหยดจากหัวใจ
เวลานั้นหลิวเจี้ยนจวินคุกเข่าลงตรงหน้าพี่สะใภ้สามทันที “พี่ใหญ่ ช่วยผมหน่อยเถอะ ผมไม่อยากเป็นหนุ่มโสดไปตลอดชีวิต!
พี่ใหญ่ ขอแค่พี่ช่วยผม ต่อไปผมจะตอบแทนพี่แน่นอน!”
พี่สะใภ้สามมองน้องชายที่คุกเข่าอยู่กับพื้น ในใจรู้สึกซับซ้อน
แม่กับน้องชายสี่พูดว่าช่วย ไม่ได้พูดว่ายืม
ถึงจะพูดว่า “ยืม” ก็ใช่ว่าจะได้คืน แต่ถ้าบอกว่า “ช่วย” ยังไงก็ไม่มีทางได้คืนแน่
“ชุ่ยหง แกเป็นเด็กที่เชื่อฟังและกตัญญูที่สุดในใจแม่มาตลอด แม่รู้ว่าแกคงทนเห็นน้องสี่แต่งเมียไม่ได้หรอก”
“แม่ไม่ได้จะขอแกมากมาย แม่รู้ว่าแกเลี้ยงลูกสามคนไม่ง่าย แม่ขอแค่สองร้อยหยวน แค่สองร้อยหยวนเท่านั้น!”
น้ำเสียงของแม่หลิวตอนนี้ฟังราวกับว่าสองร้อยหยวนเป็นเงินเล็กน้อย
หลิวชุ่ยฟางก็เอ่ยขึ้นว่า “พี่ใหญ่ ช่วยพี่สี่หน่อยเถอะ!”
พี่สะใภ้สามถูกบีบให้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก
ถ้าเธอไม่อวดฐานะ อย่างน้อยก็อาจให้เงินน้อยกว่านี้ได้ แต่ตอนนี้เธอพูดไปแล้วว่ามีเงินมากขนาดนั้น