ใบหน้าของหยุนหลินหลินซีดเผือดลงไปอีก มือทั้งสองโบกว่อนราวกับพัดลม “ไม่ใช่ ๆ! ข้าแค่เห็นว่าวันนั้นน้องสาวคนเล็กไม่ได้บาดเจ็บ เลยพูดออกไปส่ง ๆ... ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ!”
หยุนเฉียวเฉียวเบียดเข้ามาด้วย มือเท้าเอวพลางตวาด “เลิกโกหกได้แล้ว! ก่อนหน้านี้ตอนพวกเราไม่อยู่บ้าน เจ้าก็รังแกเซิงเซิงของข้า บังคับให้นางคลานไปกับพื้นเหมือนสุนัข แล้วยังใช้เท้าเหยียบหัวนางอีก”
หยุนซวงซวงเดินเข้ามาด่าด้วย “คิดว่าพวกเราไม่รู้หรือ? แค่เห็นว่าเจ้ายังเด็ก พวกเราถึงไม่ได้เอาเรื่อง!”
“ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเลวขึ้นทุกวัน! อายุแค่ 8 ขวบก็ทำเรื่องแบบนี้ได้แล้ว!”
เอ้อร์โกวจื่อหดตัวอยู่ในฝูงชน เบ้ปากพึมพำเสียงเบา “ข้าก็บอกแล้วไงว่าไม่อยากมา นางนั่นแหละตื๊อให้แม่ข้ามา น่ารำคาญจะตาย”
คำพูดยังไม่ทันขาด จางเต๋อหลานก็ตบผัวะเข้าที่ท้ายทอยเขา
เอ้อร์โกวจื่อหุบปากอย่างหงุดหงิด ลอบถลึงตาใส่หยุนหลินหลิน
หยุนหลินหลินกัดฟันกรอดอยู่ในใจ—เจ้าโง่! ข้าจะไม่สนใจเจ้าอีกแล้ว!
นางยืนอยู่กลางฝูงชน ถูกสายตาจากทุกทิศทางจับจ้อง
สายตาดูแคลน
สายตาที่มองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
สายตาที่ส่ายหน้า
ริมฝีปากของนางสั่นระริกอยู่สองครั้ง แต่กลับเปล่งคำพูดออกมาไม่ได้สักคำ สุดท้ายก็ร้องไห้โฮ หันหลังวิ่งหนีไป ราวกับถูกใครรังแกมา
หยุนเพียวเพียว หยุนซวงซวง และหยุนเฉียวเฉียวสบตากัน ก่อนจะแอบออกไปทางประตูหลัง
ไม่มีใครเห็นว่ามือของเด็กสาวทั้งสามถือกระสอบป่านมาด้วย
ผู้ใหญ่บ้านเกาศีรษะ โบกมือไล่ “แยกย้าย ๆ กลับไปกันได้แล้ว มีอะไรให้ดูนักหนา? บ้านตัวเองไม่มีงานทำหรือไง?”
พูดจบก็หันหลังเดินจากไป พลางพึมพำในใจไปด้วย—หยุนหลินหลินอายุแค่ 8 ขวบ แต่กลับเจ้าเล่ห์นัก เมื่อครู่ยังเป็นนางที่เรียกเขามาเอง ต่อไปคงต้องระวังหน่อยแล้ว ให้ลูกสาวของเขาอยู่ห่างจากนางเข้าไว้
