“นางคือหยุนเซิงเซิง เป็นคนโง่!!”
“ข้าได้ยินว่านางยังเป็นใบ้ด้วยนะ สามขวบแล้วยังพูดไม่ได้เลย!”
“ใช่ ๆ ครั้งก่อนข้ายังเห็นนางกินขี้ด้วย!”
ร่างของหยุนเซิงเซิงสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้าง มองเด็กชายเด็กหญิงห้าคนตรงหน้าในชุดโบราณอย่างเหลือเชื่อ
หยุนเซิงเซิง: o(一︿一+)o
บ้าจริง!
พวกเจ้าต่างหากที่โง่ พวกเจ้าต่างหากที่กินขี้!
ทั้งบ้านของพวกเจ้ากินขี้กันหมดเลย...
“ปัง!” ก้อนดินกระแทกศีรษะนาง
เด็กคนหนึ่งในกลุ่มเป็นคนปา
หยุนเซิงเซิงกุมหัว จ้องเด็กที่ลงมืออย่างดุดัน ก่อนก้มลงหาก้อนหินเพื่อโต้กลับ
【นางเป็นคนประเภทที่ต่อให้หมากัดนางหนึ่งคำ นางก็จะกัดกลับ อย่ามาพูดกับนางว่าเด็กยังเล็ก ไม่รู้ประสีประสา นางไม่ฟังทั้งนั้น!
แต่ทำไมพื้นดิน...ถึงอยู่ห่างจากหัวไม่ถึงหนึ่งเมตร? แขนสั้น ๆ นี่ เสื้อผ้าแปลก ๆ นี่ สภาพแวดล้อมแร้นแค้นนี่
ไม่มีอะไรถูกสักอย่าง!
นางเป็นผู้ช่วยพิเศษของประธานบริษัทใหญ่ระดับนานาชาติ เพิ่งรับกระสุนแทนประธานไปไม่ใช่หรือ? อย่างน้อยก็ควรอยู่โรงพยาบาลสิ? ถ้าไม่ใช่ที่โรงพยาบาล อย่างน้อยก็ควรอยู่ห้องเก็บศพแล้วไหม?
ที่นี่ที่ไหนกัน?
มองอย่างไรก็ไม่เหมือนสวรรค์
กลับเหมือน...ชนบทมากกว่า】
ยังไม่ทันคิดออกว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงตวาดก็ดังสนั่น
“พวกเจ้ารนหาที่ตายหรือ? กล้าดีอย่างไรมารุมรังแกน้องสาวข้าคนเดียว!”
เด็กทั้งห้าตัวแข็งทื่อ ก่อนจะแตกฮือหนีไปทันที
พลางวิ่งพลางร้องลั่น
“อ๊า! รีบหนีเร็ว!”
“หยุนเฉียวเฉียว ยัยทอมบอยนั่นมาแล้ว!”
“หนีเร็ว หนีเร็ว...!”
เด็กหญิงผิวคล้ำอายุราวสิบเอ็ดสิบสองปี แต่งตัวเหมือนเด็กผู้ชายพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว กระโจนใส่เด็กทั้งห้าจนล้มระเนระนาด ไม่สนใจว่าจะเปื้อน ยกมือขึ้นก็ลงไม้ลงมือทันที
“บังอาจปากเสียใส่พวกข้า! กล้าตีน้องสาวข้าด้วย!”
“ยังกล้าหาว่าน้องสาวข้าโง่ แถมยังกินขี้อีกหรือ?”
“พวกเจ้าต่างหากที่โง่!”
“ตอนนั้นพวกเจ้าไม่ได้แค่กินขี้นะ ยังเอาฉี่มาผสมโคลนด้วย...”
หยุนเฉียวเฉียวด่าไปพลางตีไปพลาง ในหัวก็ยังสงสัยว่าเมื่อครู่ใครเป็นคนพูด ดูเหมือนจะเป็นเสียงเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ
นางยังแบ่งสมาธิหันมองไปรอบ ๆ นอกจากน้องสาวของตน ก็ไม่มีใครอยู่เลยนี่นา?
แต่น้องสาวของนางพูดไม่ได้ไม่ใช่หรือ?
หยุนเซิงเซิงมองหยุนเฉียวเฉียวอย่างสงสัย
【เด็กสาวผิวคล้ำคนนี้ออกหมัดได้หนักแน่นถึงเนื้อถึงตัวจริง ๆ อยากกดไลก์ให้เลย! ทำไมถึงเท่ได้ขนาดนี้นะ!】
พอได้ยินคนชม หยุนเฉียวเฉียวก็เขินอยู่บ้าง แต่กลับยิ่งลงมือหนักขึ้น
ทว่านางยิ่งสงสัยกว่าเดิมว่าใครเป็นคนพูดกันแน่?
“เอ๊ะ? น้องสี่ เจ้าไปตีคนอื่นทำไม?”
“รีบหยุดมือเร็ว หยุดมือ!”
ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน หญิงวัยกลางคนรูปร่างอรชร หน้าตาสะสวย เดินเร็ว ๆ เข้ามา ในมือยังหิ้วตะกร้าใบหนึ่ง
หยุนเฉียวเฉียวตาเป็นประกาย ชี้ไปยังเด็กที่นอนอยู่บนพื้นแล้วตะโกนว่า “ท่านแม่! น้องห้าถูกพวกเขาตี! พวกเขายังด่าว่าน้องห้าโง่ แถมบอกว่าน้องห้ากินขี้ด้วย!”
หยุนเซิงเซิง: ???
【นางพูดถึงใคร? ทำไมฉันรู้สึกว่ากำลังพูดถึงฉันล่ะ?】
หยุนเฉียวเฉียวหันขวับมามอง
นางจ้องน้องสาวคนเล็กของตนอย่างตะลึงงัน
น้องสาวเป็นคนพูดหรือ?
แต่ปากของน้องสาวไม่ได้ขยับเลยนี่นา!
หญิงคนนั้นชะงักไปเช่นกัน แต่พอนึกถึงความไม่เป็นธรรมที่ลูกสาวคนเล็กได้รับ นางก็เดือดดาลขึ้นมาทันที
นางเหวี่ยงตะกร้าผักในมือใส่เด็กพวกนั้น ใบผักสารพัดชนิดปลิวกระจายใส่หัวใส่หน้าและเปรอะไปทั้งตัว
“ไอ้เด็กเหลือขอ! กล้าตีลูกสาวข้าหรือ? ยังกล้าด่าลูกสาวข้าอีก!”
“วันนี้พวกเจ้าไม่รอดแน่!”
“ถ้าข้าตีพวกเจ้าให้ขี้ราดไม่ได้ ข้าก็ไม่ใช่กันอวี้หวั่น!”
พูดพลางถกแขนเสื้อขึ้น ก่อนพุ่งเข้าใส่ด้วยท่าทางดุดันจนหยุนเฉียวเฉียวถูกเบียดถอยไปก้าวหนึ่ง
ในหัวของหยุนเซิงเซิงมีเสียง “หึ่ง” ดังขึ้น
【กันอวี้หวั่น? หยุนเฉียวเฉียว? แล้วยังมีหยุนเซิงเซิงอีก...】
ความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางหลั่งไหลเข้ามาอย่างถาโถม—
【บ้าจริง! ฉันทะลุมิติเข้ามาในนิยายแล้ว!】
【นี่มันนิยายเรื่อง《สาวน้อยแสนอ่อนหวาน ผู้ชายทั้งหลายต่างหลงใหล》ที่อยู่ในถังขยะของประธานเมื่อสองวันก่อนนี่นา ตอนนั้นฉันอ่านไปด่าประธานไปว่ามีปัญหาทางสมองหรือไงถึงอ่านอะไรแบบนี้ แต่พอด่าจบ ฉันก็ดันอ่านจนหมดทุกหน้าเลย】
【ใครจะคิดว่าฉันจะกลายเป็นลูกพี่ลูกน้องของนางเอกในเรื่อง แถมยังเป็นเด็กโง่ตัวน้อยที่ชื่อแซ่เดียวกับฉันและอายุสามขวบแล้วยังพูดไม่ได้อีก!】
【ยิ่งไปกว่านั้น พ่อแม่ของครอบครัวนี้มีลูกสาวห้าคน ไม่มีลูกชาย ทั้งบ้านเป็นตัวร้ายใจร้าย】
【พ่อของนางใจเหี้ยมมืออำมหิต ฆ่าคนแล้วฝังศพ!】
【แม่ของนางเสียสติถึงขั้นวางยาพิษในงานเลี้ยง!】
【พี่สาวคนโตอยากหย่ากับสามี จึงตีแม่สามีจนตาย!】
【พี่สาวคนรองทำร้ายผู้มีอำนาจจนบาดเจ็บ แล้วยังโยนอีกฝ่ายทิ้งไว้กลางป่าให้หมาป่ากิน!】
【พี่สาวคนที่สามขโมยเงิน หนีตามชายหน้าขาวไป!】
【พี่สาวคนที่สี่ปลอมตัวเป็นชายเข้าไปอยู่ในรังโจร ปล้นบ้านชิงทรัพย์!】
【ส่วนฉันเป็นลูกคนที่ห้า ตอนเด็ก ๆ แอบกินของของคุณยาย แล้วถูกยาพิษหนูจนตาย...】
หยุนเซิงเซิงอ้าปาก แต่พบว่าพูดไม่ออก จึงได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่
【รู้อยู่แล้วว่าเรื่องจะเป็นยังไง แต่ก็เปลี่ยนชะตาของคนในบ้านไม่ได้ แล้วจะให้ฉันทะลุมิติมาทำไม? ให้ตายไปตรง ๆ ยังจะได้เจ็บตัวน้อยกว่านี้!】
หยุนเฉียวเฉียวจ้องหยุนเซิงเซิงอย่างตกตะลึง
คราวนี้นางได้ยินชัดแล้ว คนที่พูดคือน้องสาวของนาง! แต่น้องสาวไม่ขยับปากเลยจริง ๆ!
หรือว่าจะเป็นเสียงในใจ?
แต่น้องสาวพูดอะไรนะ นางจะปล้นบ้านชิงทรัพย์ได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้หรอก!
กันอวี้หวั่นที่กำลังลงไม้ลงมืออย่างเมามันก็หยุดมือ หันมองลูกสาวคนเล็กด้วยความตกใจระคนตื่นเต้น
ที่ตกใจก็คือนางได้ยินเสียงในใจของลูกสาวคนเล็ก
ที่ตื่นเต้นก็คือลูกสาวคนเล็กดูเหมือนจะฉลาดขึ้น ไม่ได้เอ๋อเหรอเหมือนก่อนแล้ว
ส่วนคำพูดของลูกสาว นางฟังไม่ค่อยเข้าใจ และส่วนใหญ่ก็ไม่เชื่อ
นางจะวางยาพิษในงานเลี้ยงได้อย่างไร...
พอเห็นกันอวี้หวั่นหยุดมือ เด็กพวกนั้นก็รีบลุกขึ้นวิ่งหนี
กันอวี้หวั่นเตะก้นเด็กที่วิ่งช้าที่สุดไปหนึ่งที ยังไม่ลืมขู่ทิ้งท้าย
“คราวหน้าถ้าเห็นพวกเจ้ารังแกลูกสาวข้าอีก ข้าจะตีขาพวกเจ้าให้หัก...”
จากนั้นกันอวี้หวั่นก็จูงหยุนเซิงเซิง ส่วนหยุนเฉียวเฉียวหิ้วตะกร้า ทั้งสามรีบกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะวันนี้กันอวี้หวั่นต้องไปช่วยทำอาหารจัดงานเลี้ยงที่บ้านท่านหวงหยวนไว่ในอำเภอ
ทั้งสามนั่งเกวียนวัวของหมู่บ้าน โคลงเคลงไปเป็นเวลาหนึ่งชั่วยามก็มาถึงอำเภอ จากนั้นก็เดินไปยังครัวหลังบ้านของท่านหวงหยวนไว่ด้วยความคุ้นเคย
ห้องครัวค่อนข้างใหญ่ แต่มีคนอยู่ข้างในสิบกว่าคน ต่างรีบร้อนทำอาหารกันจนดูแออัดไปหน่อย
ป้าหลียงที่กำลังล้างผักอยู่ตรงประตูปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วพูดอย่างไม่พอใจว่า “วันนี้เหตุใดเจ้ามาช้าเช่นนี้ ถ้าไม่อยากทำก็บอกกันแต่แรก!”
กันอวี้หวั่นรีบเข้าไปช่วยทำงาน พลางยิ้มเอาใจ “โธ่ เป็นความผิดของข้าเอง ๆ ป้าหลียงรีบพักเถิด เดี๋ยวข้าทำเอง!”
นางยังหันไปเรียกหยุนเฉียวเฉียวด้วย “เฉียวเฉียว รีบมาช่วยป้าเก็บผัก ล้างผักเร็วเข้า”
“จะให้ป้าหลียงลงมือเองได้อย่างไร!”
ป้าหลียงเห็นหยุนเฉียวเฉียวเข้ามาช่วย แต่ตนต้องจ่ายค่าแรงแค่คนเดียว จึงไม่หาเรื่องอีก แล้วหันไปทำอย่างอื่นต่อ
หยุนเฉียวเฉียวดูเหมือนจะชินแล้ว นางวางม้านั่งตัวหนึ่งพิงกำแพงอย่างคล่องแคล่ว ให้หยุนเซิงเซิงนั่ง จากนั้นก็หยิบชามบิ่น ๆ ออกมา ใส่ถั่วเหลืองลงไปสองสามเม็ด
“น้องห้า นั่งนับถั่วอยู่ตรงนี้นะ ห้ามวิ่งไปไหนเด็ดขาด!” พูดจบ นางก็ไปช่วยเก็บผัก
หยุนเซิงเซิงประคองชามบิ่น ๆ ไว้ ถ้าไปนั่งอยู่กลางถนนใหญ่ คงนึกว่าเป็นขอทานแน่
นางหันหน้ากลับไปอย่างเอือมระอา พอดีกับที่เห็นแม่ของตนฉวยน้ำมันหมูชิ้นหนึ่งยัดใส่อกเสื้ออย่างรวดเร็ว แล้วกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาล่อกแล่ก...
หยุนเซิงเซิงเบิกตากว้าง
【คุณพระ! ฉันนึกออกแล้ว ตามเนื้อเรื่องเดิม วันนี้แม่กำมะลอของฉันขโมยของของเจ้าบ้านไปตั้งเยอะ แล้วก็ถูกจับได้...】
……
……
……
