“หมายความว่ายังไง?”
แมงกะพรุนฟังไม่เข้าใจ
“มันคือแท่นบูชา แท่นบูชาเชียวนะ ไม่รู้หรือว่าใช้ทำอะไร?”
“แท่นบูชา?” แมงกะพรุนดูมึนงง ถึงกับถามกลับ “แล้วแท่นบูชาทำไมเหรอ? นายคงไม่ได้คิดว่าจะต้องใช้มันบูชายัญหรอกนะ?”
“ใช่ ต้องบูชายัญนี่แหละ!”
“เป็นไปไม่ได้! พวกเราเจอแท่นบูชามาตั้งเป็นร้อย ที่แท่นบูชาก็มีของอยู่แทบทุกแห่ง แล้วนายจะเอาอะไรไปบูชายัญ?”
“แทบทุกแห่ง...ก็แปลว่ามีบางแห่งว่างเปล่า”
“ใช่ อาจมีคนมาถึงก่อนก็ได้”
ถังชิงหยางส่ายหน้าแย้ง “เพราะพวกเธอไปถึงที่ไหนก็เก็บของที่นั่น ถึงได้คิดไปเองว่าที่ว่างเปล่าต้องถูกคนอื่นแย่งไปแล้ว สาเหตุที่แท่นบูชาบางแห่งว่างเปล่าถูกกลบเกลื่อนอย่างหยาบ ๆ จนพวกเธอมองข้ามเบาะแสสำคัญ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนสรุปว่า “เงื่อนไขผ่านด่านที่นี่คือการบูชายัญ ตั้งแต่แรกแล้ว”
“……”
แมงกะพรุนเงียบไป ตั้งใจขบคิดอย่างจริงจัง
ค่อย ๆ เบิกตากว้างขึ้นเรื่อย ๆ!
พอลองทบทวนทุกอย่างโดยยึดคำตอบนี้เป็นหลัก เบาะแสเล็ก ๆ หลายอย่างที่ดูชวนสงสัยแต่ไม่สำคัญนักก็พลันสมเหตุสมผลขึ้นมา
อย่างเช่นแท่นบูชาแห่งที่ 7 ที่ซ่อนอย่างมิดชิด แถมยังไม่พบร่องรอยว่ามีใครเคยมาเยือน
แต่ของข้างในกลับหายไปจนหมด
ตอนนั้นเธอยังพูดติดตลกว่า “ขอบคุณที่อุดหนุน”
ที่แท้...
ที่แท้...
ถังชิงหยางเลิกคิ้ว มองเหนือศีรษะของเธอ มงกุฎทองคำเล็ก ๆ กำลังก่อตัวขึ้น
นั่นคือมงกุฎแห่งการรับรู้
ดูท่าเงื่อนไขการก่อตัวของมันจะไม่ใช่การเดาคำตอบ แต่เป็นความเชื่อมั่น เชื่ออย่างแน่วแน่ว่าเงื่อนไขผ่านด่านต้องเป็นเช่นนั้น