บ้านเขาแค่มีเจียงเยว่ซีที่น่ารำคาญเพิ่มเข้ามาคนเดียว ก็ทำให้เขาหงุดหงิดอยู่บ่อย ๆ แล้ว ส่วนบ้านเฉียวเลี่ยงกลับมีคนเป็นพรวน
แค่คิดก็จินตนาการไม่ออกแล้วว่าเธอจะปวดหัวขนาดไหน
แค่คิดก็อดหัวเราะไม่ได้ ฮ่า ๆ ๆ
เฉียวเลี่ยงเห็นท่าทางผยองของฉินเป้ยเป้ย จึงกอดอกพูดเสียงเย็นว่า
“หัวใจคนเรามีห้องอยู่สองห้อง ห้องหนึ่งมีความทุกข์อาศัยอยู่ อีกห้องมีความสุขอาศัยอยู่ คนเราอย่าหัวเราะเสียงดังเกินไป ไม่อย่างนั้นจะไปรบกวนความทุกข์ที่อยู่ห้องข้าง ๆ ให้ตื่นขึ้นมา”
เสียงหัวเราะของฉินเป้ยเป้ยหยุดกึก
พอได้ยินคำว่าความทุกข์ เขาก็นึกถึงภาพฝันในใจที่ชาตินี้ไม่มีวันได้พบเขาอีกขึ้นมาทันที สีหน้าพลันหม่นหมอง
เขาอยากโต้แย้งเฉียวเลี่ยงอยู่หรอก แต่ความทุกข์ที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน
【ตรวจพบอารมณ์ด้านลบจากฉินเป้ยเป้ย พลังจิต +999……】
เฉียวเลี่ยงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย ช่วงหลายวันที่ผ่านมาต้องเร่งเดินทาง จึงไม่ได้รีดเค้นอารมณ์ด้านลบจากฉินเป้ยเป้ย จนรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป
ฮั่วเว่ยหัวมองเธอผ่านกระจกมองหลัง “ถ้าต้องการความช่วยเหลือก็บอก”
เฉียวเลี่ยงยิ้ม “ฉันไม่เกรงใจหรอก”
ฮั่วเว่ยหัวไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขาพบว่าเฉียวเลี่ยงเป็นคนที่ไม่ค่อยปิดบังตัวเอง อยากพูดอะไรก็พูด อยากทำอะไรก็ทำ ไม่สนสายตาคนอื่นเลยสักนิด
เธอถึงขั้นไม่ได้ตั้งใจปกปิดความลับของตัวเองต่อหน้าฉินเป้ยเป้ยด้วยซ้ำ
ใช่แล้ว หลังจากได้ฟังฉินเป้ยเป้ยเล่าประสบการณ์ของเฉียวเลี่ยงในประเทศสหรัฐอเมริกา ฮั่วเว่ยหัวก็มั่นใจได้เต็มร้อยว่าเฉียวเลี่ยงยังมี…พลังพิเศษอื่นอีก
ผู้ปล้นสะดมคันนั้นที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นแล้วหายไปอย่างไร้สาเหตุ กับชิปที่เธอ “ขโมย” มาได้เพียงแค่กอดลำต้นไม้…
