ช่วงบ่ายเฉินเฟิงส่งอาหารไปสิบกว่าราย ได้เงินเข้ากระเป๋าอีกสามสี่สิบหยวน ทำเอาเขายิ้มแก้มแทบปริ
แต่วันนี้เขาไม่คิดจะทำงานต่อแล้ว อย่างไรเสียก็เป็นวันแรกที่ย้ายบ้าน เขาจึงรีบมารอหน้าโรงเรียนก่อนเวลาเลิกเรียนตอนห้าโมงครึ่ง
เขาตั้งใจจะขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสุดเท่ไปรับจางซินเหยียนกลับบ้าน
เบาะหลังรถยังนั่งได้อีกคน แน่นอนว่าคนนั้นต้องเป็นจางซินเหยียน
ส่วนหวังซินเหยา ก็ย้ายบ้านเองไปเถอะ เขาไม่มีเวลามาคอยดูแลหรอก!
พอถึงเวลาเลิกเรียน นักเรียนในชุดพละก็ทยอยกันออกมาจากประตูโรงเรียนอย่างหนาแน่น มองไปทางไหนก็เห็นแต่กลิ่นอายวัยเยาว์
เฉินเฟิงนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า คาบบุหรี่ไว้ที่มุมปาก หรี่ตามองผู้คนที่เดินออกมา กลัวว่าจะพลาดจางซินเหยียนไป
“ปี๊บ ๆ~”
เสียงแตรรถดังแสบแก้วหูขึ้นมา
เฉินเฟิงหันกลับไปมอง เห็นรถสปอร์ตคาดิลแลคสีแดงสุดหรูคันหนึ่งจ่อท้ายรถของเขาแทบจะชนอยู่แล้ว
“ไอ้คนส่งอาหาร รีบไสหัวไปซะ ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากระจอก ๆ มาจอดเกะกะทำไมวะ!”
ชายหนุ่มสวมต่างหูเลื่อนกระจกรถลง แล้วยื่นหัวออกมาตะโกนด่าเฉินเฟิงอย่างหยาบคาย!
รถสปอร์ตรุ่นหายากคันนี้ดึงดูดสายตาคนที่ผ่านไปมาและนักเรียนได้ในทันที
น่าเสียดายที่ผู้คนสนใจ ไม่ใช่เพราะสงสารเฉินเฟิงที่ถูกด่าในฐานะคนอ่อนแอ ส่วนใหญ่กลับจ้องรถสปอร์ตด้วยความอิจฉา บางคนถึงกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป
เฉินเฟิงได้แต่จนใจ เขาจอดชิดขอบถนนแล้วแท้ ๆ เห็นชัดว่าอีกฝ่ายจงใจหาเรื่อง
เขาไม่ได้โกรธ แถมยังพูดอย่างสุภาพว่า “พี่ชาย แบบนี้ก็รังแกกันเกินไปแล้ว รถคุณก็ผ่านไปได้ชัด ๆ ถ้าจะให้ผมขยับรถ แล้วเกิดผมเผลอไปโดนรถคุณขึ้นมา รถราคาตั้งแสนกว่าหยวนแบบนี้ ผมชดใช้ไม่ไหวหรอก!”
