เช้าวันต่อมา เฉินเฟิงมาตรงเวลาเป๊ะ
แทบจะสิบโมงตรง เขาก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาถึงหน้าโรงเรียนมัธยมเอ
โรงเรียนมีระเบียบเข้มงวด คนนอกไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า
เฉินเฟิงจึงต้องโทรหาหวังซินเหยา ก่อนจะมีคนพาเขาเข้าไป
“คุณน้า แต่งตัวแบบนี้ดูดีนี่ เสื้อเชิ้ตตัวเล็กเข้ากับคุณมากเลย ไม่ยักรู้ว่าหุ่นดีขนาดนี้ ใส่เสื้อผ้าแล้วดูมีทรงด้วย!”
หวังซินเหยากวาดตามองเฉินเฟิงตั้งแต่หัวจรดเท้า สีหน้าดูประหลาดใจอยู่บ้าง
เธอชอบมองหนุ่มหล่อเป็นที่สุด และพบว่าแม้เฉินเฟิงจะไม่ได้หล่อมาก แต่ก็เป็นคนที่ใส่เสื้อผ้าขึ้น
รูปร่างสูงสง่า เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาหลักสิบหยวนกลับทำให้เขาดูภูมิฐานขึ้นมาได้
ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นยังมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่จาง ๆ มองดี ๆ แล้วก็มีเสน่ห์เหมือนกัน
หวังซินเหยาเกือบจะใจละลายไปแล้ว!
“พูดอย่างนั้นได้ยังไง หุ่นอย่างฉันสมัยก่อนยังเคยเป็นนายแบบหน้าใหม่เดินแบบบนแคตวอล์กเลยนะ ในเมื่อเธอจ่ายเงินแล้ว ก็ถือเป็นเจ้านายฉัน ฉันทำงานจริงจังมาตลอด!”
เฉินเฟิงพูดจ้ออย่างคล่องแคล่ว พอเริ่มโม้ก็ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ!
เขาค่อนข้างใส่ใจกับเรื่องของหวังซินเหยา ถึงได้หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ต่อราคาจากแผงลอยอยู่นานกว่าจะซื้อมาใส่!
อย่างน้อยก็ทำให้พวกครูในโรงเรียนเห็นว่าหวังซินเหยามีน้าที่พึ่งพาได้!
วันนี้หวังซินเหยาใส่ชุดพละสีฟ้าขาว มัดผมหางม้า ยังคงดูสดใส น่ารัก และซุกซนเหมือนเดิม!
ชุดพละค่อนข้างมิดชิดก็จริง แต่ก็ปิดบังรูปร่างสูงเพรียวของเธอไม่ได้
ท่ามกลางนักเรียนที่เดินไปมา เธอโดดเด่นราวกับหงส์ท่ามกลางฝูงไก่
ไม่เพียงเท่านั้น หวังซินเหยายังชอบแหกกฎ ตรงพื้นที่ว่างด้านหลังชุดนักเรียนมีลายการ์ตูนเต็มไปหมด
มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นตัวแสบประจำโรงเรียน!
“พอเลย ไม่ต้องโม้แล้ว เรามาทวนข้อมูลกันก่อน คุณเป็นน้าของฉัน เรื่องที่พ่อแม่ฉันเสียไปตั้งแต่เด็ก ครูก็รู้แล้ว ไม่จำเป็นต้องปิดบัง ฉันโกหกไปว่าคุณกับฉันอยู่ด้วยกันในหมู่บ้านในเมือง!”
หวังซินเหยากะพริบตากลมโต พูดอย่างระมัดระวังว่า “อีกเดือนกว่า ๆ ก็ปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว ช่วงเดือนกว่านี้ฉันจะได้อยู่ดีมีสุขหรือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับคุณทั้งหมดเลยนะ!”
