เฉินต้าจ้วงอดชะงักไปไม่ได้ เขาลุกขึ้นตามสัญชาตญาณ เพิ่งเดินตามไปได้ไม่กี่ก้าว ก็เห็นหลินเจี้ยนกั๋วหอบฟืนกองหนึ่งกับแผ่นหินที่ไม่หนานักกลับมา
“เจี้ยนกั๋ว นายจะทำอะไรน่ะ?”
หลินเจี้ยนกั๋วหอบฟืนไปวางตรงบริเวณที่แห้ง แล้วจุดไฟก่อเป็นกองเล็ก ๆ
จากนั้นก็เดินหาแผ่นหินมาสองสามก้อน วางล้อมรอบกองไฟ แล้วนำแผ่นหินบาง ๆ มาวางพาดไว้ “ก็ทำอะไรกินหน่อยสิ ไม่งั้นเดี๋ยวจะเอาแรงที่ไหนทำงานล่ะ?”
เฉินต้าจ้วงเองก็โตมากับทะเล พอเห็นหลินเจี้ยนกั๋วจัดแจงแบบนี้ จะไม่รู้ได้ยังไงว่าเขาจะทำอะไร?
เขาเกาหัวแล้วชูนิ้วโป้งให้หลินเจี้ยนกั๋วทันที “ต้องเป็นนายจริง ๆ นั่นแหละ นายจัดการไปก่อน ฉันไปจับหอยนางรมแถวนั้นมาให้”
พูดกันตามตรง การพาเฉินต้าจ้วงมาด้วยคราวนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริง ๆ
แผ่นหินที่หลินเจี้ยนกั๋ววางไว้เพิ่งร้อนระอุ เฉินต้าจ้วงก็ถือหอยนางรมสิบกว่าตัวเดินกลับมา ในจำนวนนั้นยังมีกุ้งตัวใหญ่อีกหลายตัวด้วย
เฉินต้าจ้วงใช้เครื่องมือแงะเปลือกหอยนางรมไปพลาง ถามอย่างสงสัยไปพลาง “เจี้ยนกั๋ว เมื่อก่อนกินของพวกนี้ก็กินดิบกันไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องเอามาย่างด้วยล่ะ?”
หลินเจี้ยนกั๋วอดทอดถอนใจไม่ได้ แต่ก็ยังอธิบายอย่างจริงจัง “ในนี้มีพยาธิ ต้องย่างให้สุกด้วยไฟที่อุณหภูมิ 70 องศา ถึงจะฆ่าพวกมันได้หมด”
“เจี้ยนกั๋ว นายเก่งจริง ๆ ไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
