“มีสมาชิกใหม่มาเหรอ?”
“ใคร ๆ ไหน ขอฉันดูหน่อยว่าโชคร้ายคนไหนถูกผู้กำกับลู่ลากมาช่วยงาน...”
“ผู้กำกับลู่ นี่คุณหลอกสาวน้อยมาถากดินด้วยเหรอ ไร้หัวใจเกินไปแล้ว!!!”
“อย่า อย่าเข้ามานะ”
“เมื่อกี้พวกเราเพิ่งใส่ปุ๋ยคอกไป ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าขยับ”
เด็กหนุ่มทั้งห้าคนขยับตามเสียง สายตาพากันจับจ้องเฟิงซีซีเป็นตาเดียว แต่ละคนมีสีหน้าเหลือเชื่อ ก่อนจะถอยกรูดไปยืนหลบอยู่หลังผู้กำกับลู่
ปุ๋ยคอกเหรอ?
พอได้กลิ่นเข้า ผู้กำกับลู่ก็แทบเป็นลม เขาถึงว่าทำไมวันนี้พวกนายถึงได้กระตือรือร้นกันนัก แต่ละคนเดินเข้ามากอดเขาหมับ
พวกนาย... พวกนาย!!!
ผู้กำกับลู่ยกมือสั่น ๆ มองสภาพตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าที่ทั้งมอมแมมและส่งกลิ่นคลุ้งอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“อ๊ากกกกก!!!”
ผู้กำกับลู่แทบคลั่ง ส่วนเด็กหนุ่มหลายคนก็ถอยทัพอย่างมีกลยุทธ์
“ฉันไปห้องน้ำแป๊บ”
“ฉันไปด้วย”
“รอฉันด้วย ฉันก็จะไป”
“งั้น... ฉันไปด้วยคน”
“ขอโทษนะ แต่ฉันก็ต้องไปเหมือนกัน”
สิบนาทีต่อมา สมาชิกประจำทั้งห้าคนก็ปรากฏตัวต่อหน้าเฟิงซีซีในสภาพสะอาดเอี่ยมราวกับเป็นคนละคน
สมกับเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่ได้เข้าไปเป็นเด็กฝึกในบริษัทบันเทิง พอล้างตัวสะอาดแล้วก็ยังพอไปวัดไปวาได้
เด็กหนุ่มทั้งห้าที่ถูกตัดขาดจากโลกออนไลน์รู้สึกเห็นใจเฟิงซีซีเป็นอย่างมาก คิดว่าเธอก็คงเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่บริษัทบันเทิงไม่เห็นค่า เลยถูกโยนมาออกรายการทำไร่แบบขอไปทีเหมือนกัน
“ตอนถ่ายรายการ แต่ละคนเลือกเก็บของไว้ได้หนึ่งอย่าง เฟิงซีซี เธอจะเลือกเก็บอะไรไว้?”
นี่แหละที่มาของการที่แขกรับเชิญทั้งห้าคนในรายการถูกตัดขาดจากโลกออนไลน์ ผู้กำกับลู่ไม่ใช่คนสักเท่าไร ตอนถ่ายเทปแรกเขาก็พูดแบบนี้ แล้วทุกคนก็เลือกเก็บโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่เครื่องเล่นเกมไว้
