“ไปสิ พาไปหาอะไรกิน” เฟิงซีซีเดินนำฉับ ๆ ชายกระโปรงสีน้ำเงินปลิวไสว
ต่อหน้าผู้ชมทุกคนในห้องไลฟ์ เธอล้วงธนบัตรแดงแจ๋มูลค่า 100 ออกจากขอบหมวกบักเก็ตที่สวมอยู่บนหัว แล้วแกว่งไปมาเสียจนทุกคนตาพร่า
【นึกว่าจะมีวิธีดี ๆ ที่ไหนได้ ฉันคิดมากไปเองสินะ สุดท้ายก็ยังเป็นพลังแห่งเงินอยู่ดี】
【ยุคนี้แล้ว ยังพกเงินสดติดตัวอีกเหรอ! แปลกชะมัด แต่ชอบจัง】
【แต่ทำแบบนี้ผิดกฎหรือเปล่า ผู้กำกับลู่ รีบมาจัดการเธอเร็วเข้า เฟิงซีซีจะใช้ข้าวมื้อหนึ่งติดสินบนตากล้องของคุณแล้ว】
“กติกาของรายการห้ามใช้เงินตัวเองครับ” ตากล้องเป็นคนมีหลักการ เขารีบวิ่งเหยาะ ๆ ตามไป ไม่ใช่ว่าเขาใจร้อนไม่รู้จักสุขุมหรอก แต่ถ้าช้ากว่านี้อีกนิด เฟิงซีซีคงยัดเงินใส่มือคุณยายที่ขายแป้งทอดอยู่ข้างทางไปแล้ว
“ก็ได้”
เฟิงซีซีไม่ใช่คนไร้เหตุผล เธอยัดเงินกลับเข้าไปในหมวกตามเดิม แต่เสียงท้องร้องของตากล้องดังขึ้นเรื่อย ๆ ข้างหู
เวลาคนหิวได้กลิ่นอาหารเข้าให้ ใครมันจะทนไหวกัน
ภาพในกล้องลดต่ำลง ตากล้องก้มหน้าลงด้วยความอับอาย
“คราวหน้าฉันจะให้นายกินให้อิ่มก่อนค่อยออกมา” เฟิงซีซีสนุกอยู่คนเดียวจนลืมไปว่าตากล้องผู้บริสุทธิ์ไม่ได้เป็นผู้กำกับลู่ เขาไม่ควรต้องอดข้าวอดน้ำด้วยซ้ำ
ต้องหาวิธีทำให้เขาได้กินจนอิ่มให้ได้
เฟิงซีซีคิดไว้อย่างดี แต่ความหมายในคำพูดของเธอกลับถูกตีความไปอีกทาง
คราวหน้าเหรอ เฟิงซีซี ลากคนอื่นออกมาตั้งแต่เช้ามืดครั้งเดียวยังไม่พอ ยังจะมีคราวหน้าอีกหรือไง
【ชีวิตคนทำงานก็เป็นชีวิตคนเหมือนกันนะ】
【สมกับเป็นนายทุนจริง ๆ ไม่มีวันเข้าใจคนธรรมดาหรอก】
