“ไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับบ้านนั้นเถอะ เพื่อธุรกิจระหว่างตระกูลเฟิงกับตระกูลเว่ย”
แม่ย่อมรู้จักลูกชายตัวเองดีที่สุด หลินจื่อหรูรู้ดีว่าเฟิงหลินเยวี่ยนเป็นคนแบบไหน “นายท่านผู้เฒ่าตระกูลเว่ยพูดหลายครั้งแล้วว่าเว่ยเชียนเชียนชอบลูก”
ถึงขั้นพูดออกมาแบบนี้ เฟิงหลินเยวี่ยนก็รู้แล้วว่าแม่กำลังโกรธ
ตระกูลเฟิงไม่จำเป็นต้องอาศัยการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เพื่อแลกกับทรัพยากร
ยิ่งไม่จำเป็นต้องให้เฟิงซีซีเสียสละเพื่อคนอื่น
แม่เป็นคนปกป้องลูกตัวเองที่สุด
พวกพี่น้องเติบโตมาโดยมีแม่คอยปกป้อง
ถ้าไม่มีแม่ เขาก็คงไม่ได้เรียนแพทย์อย่างอิสระ
ครอบครัวคือเส้นตายของแม่
เฟิงหลินเยวี่ยนเข้าใจว่าแม่พูดจริงจังในครั้งนี้
ถ้าเขากล้าทำเป็นไม่สนใจเฟิงซีซี แถมยังนั่งดูเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ แม่คงโยนเขาไปให้ตระกูลเว่ยอย่างไม่ลังเล ปล่อยให้รับมือคำขอแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์จากตระกูลเว่ยตามลำพัง ให้เขาลองชิมรสชาติของการเสียสละตัวเองเพื่อแลกกับทรัพยากรดูบ้าง
แส้ไม่ฟาดลงบนตัวเองก็ไม่รู้สึกเจ็บ เรื่องไม่ตกมาถึงตัวก็ไม่มีวันรู้ว่ามันน่ารำคาญแค่ไหน
แม่รู้วิธีจัดการพวกเขาพี่น้องได้ดีที่สุด
“เข้าใจแล้วครับ”
“ถ้าอยู่ต่อหน้าผม ไม่มีใครรังแกเฟิงซีซีได้”
“ผมจะไปรับเธอ”
พอเรื่องยืดเยื้อต่อไปไม่ได้ เฟิงหลินเยวี่ยนก็ขยันขันแข็งขึ้นมาทันที
ขอแค่รีบจัดการปัญหาให้จบ เขาก็จะไม่มีปัญหาอีก
ดังนั้น ตอนเฟิงซีซีเข้าไปเช็กอินที่รีสอร์ต เฟิงหลินเยวี่ยนก็ขับรถมาปรากฏตัวตรงหน้าเธอพอดี
ดูเหมือนเฟิงหลินเยวี่ยนจะรีบร้อนมา เสื้อผ้าที่สวมไม่ใช่ชุดถังเนื้อผ้าประณีตเหมือนปกติ แต่เป็นชุดสีขาวตัวหลวม
ชุดนอนหรือเปล่า?
เฟิงซีซีรับมือทุกสถานการณ์ด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยน ส่วนเว่ยเชียนเชียนกลับดีใจจนเนื้อเต้น
