“หลีกไป! ขวางทางฮูหยินใหญ่แห่งจวนโหวอย่างข้า พวกเจ้าไม่อยากมีชีวิตแล้วหรือ!” เสิ่นซื่อขว้างข้าวของในเรือนออกไป
บิ้งสุ่ยยืนอยู่ข้างกายนาง เอ่ยเสียงเย็นชา “คนจากตระกูลเสิ่นกำลังจะมา พวกเจ้าคิดจะขวางตระกูลเสิ่นไว้หน้าประตูด้วยหรือ”
“ถึงตอนนั้นตระกูลเสิ่นจะไปกราบทูลฝ่าบาทว่าโหวเซี่ยกักขังภรรยาตนเอง พวกเจ้าทุกคน ไม่ว่าใคร ก็ต้องตาย”
พ่อบ้านไม่กล้าขัดคำสั่งท่านโหว ทั้งไม่กล้ายั่วโทสะฮูหยินใหญ่ผู้นี้ จึงตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ในเวลานั้นเอง บ่าวหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเข้ามา เหงื่อท่วมศีรษะ พลางเอ่ยว่า “คนจากตระกูลเสิ่นมาแล้วขอรับ”
“มาหลายคนเลยขอรับ”
พ่อบ้านเห็นว่าเรื่องนี้เกินกำลังที่ตนจะจัดการได้แล้ว จึงแสร้งร้อง “โอ๊ย” อย่างแนบเนียน แล้วล้มลงไปนอนนิ่ง
คนอื่น ๆ พากันเลียนแบบ
เสิ่นซื่อยกชายกระโปรงเดินออกไป ก็เห็นพี่ชายใหญ่ที่บุกเข้ามาจากด้านนอก
“พี่ใหญ่!”
เสิ่นอันปางมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ หน้าตาหล่อเหลาโดดเด่น พอปรากฏตัวก็ราวกับแม่ทัพผู้เกรียงไกรในนิทาน “น้องรอง!”
ไม่ได้พบกันสามปี ครั้นเห็นน้องสาวมีท่าทีเรียบง่ายอ่อนล้า อีกทั้งยังมีผ้าพันแผลที่ลำคอ ดวงตาของเขาก็แดงก่ำ
เสิ่นซื่อไม่คิดเลยว่าพี่ชายใหญ่จะมารับนางด้วยตนเอง พลันรู้สึกซาบซึ้งใจ “พี่ใหญ่ ข้านึกว่าท่าน...”
“พวกเราเป็นพี่น้องแท้ ๆ ต่อให้เจ้าทำอะไรลงไป พี่ชายอย่างข้าก็ไม่มีวันตำหนิเจ้า จะโทษก็ต้องโทษแซ่เซี่ยที่ล่อลวงเจ้า แต่งเจ้าไปแล้วยังปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดีอีก หากเขาไม่ยอมหย่าร้าง ข้าจะไปฆ่าเขาเสีย”
เสิ่นอันปางฮึกเหิมคึกคะนอง ถึงอย่างไรก็ต้องให้อีกฝ่ายรู้เสียบ้างว่าหมัดใครหนักกว่า
