เมื่อกู้ลิ่งอวิ๋นกลับมา ดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าตะวันตกไปแล้ว ยิ่งฤดูหนาวฟ้ามืดเร็ว บนร่างของเขาจึงมีหิมะบาง ๆ เกาะอยู่
“ฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องจะกราบทูลเพคะ” หนิงกุ้ยเฟยรออยู่ที่นี่ เห็นได้ชัดว่ายืนมานานแล้ว นางผู้มีร่างกายบอบบางทะนุถนอมมาตลอด จะทนความหนาวได้อย่างไร
กู้ลิ่งอวิ๋นมองสำรวจนาง ก่อนคลุมเสื้อคลุมให้ “เหตุใดจึงมายืนอยู่ตรงนี้”
สายตาของบุรุษกวาดมองเหล่าข้ารับใช้รอบกาย
พวกเขาต่างพากันคุกเข่าลง ไม่กล้าเอ่ยปาก
“หม่อมฉันอยากพบฝ่าบาท ได้ยินว่าฝ่าบาทเสด็จออกไป จึงมารออยู่ตรงนี้ เกรงว่าจะคลาดกันเพคะ” แต่ก่อนหนิงหรูเสวี่ยมีนิสัยเย็นชา ไม่ค่อยเข้าหาเขาก่อน ทว่ายามนี้กลับเปลี่ยนจากท่าทีเย็นชามาเป็นอ่อนหวานเย้ายวน
กู้ลิ่งอวิ๋นมองนางอย่างไม่แสดงสีหน้า แล้วเดินนำไปข้างหน้า พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ว่ามา มีเรื่องอันใด”
สีหน้าหนิงหรูเสวี่ยแข็งค้าง นางอุตส่าห์เป็นฝ่ายเข้าหาถึงเพียงนี้แล้ว เหตุใดฝ่าบาทจึงยังไม่ไหวติง เมื่อนึกถึงสตรีที่เขาซ่อนเอาไว้ในเรือนทอง นางก็กัดฟัน ก่อนคลี่ยิ้มยั่วยวนยิ่งกว่าเดิม “ฝ่าบาท หม่อมฉันให้คนทำอาหารไว้หลายอย่าง อยากเชิญฝ่าบาทเสวยด้วยกันเพคะ หม่อมฉันตั้งครรภ์มานานแล้ว แต่ฝ่าบาทยังไม่เคยอยู่เป็นเพื่อนลูกสักครั้ง คืนนี้ฝ่าบาทประทับอยู่ที่นี่เถิดเพคะ”
สีหน้ากู้ลิ่งอวิ๋นเย็นชาขึ้นหลายส่วน “กุ้ยเฟย จงทำหน้าที่ของตนให้ดี”
“เราจะไปหรืออยู่ ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าควรคิด”
หนิงหรูเสวี่ยใจหายวาบ เพราะเหตุใดกัน ก่อนหน้านี้นางไม่ใส่ใจฝ่าบาท ฝ่าบาทกลับชอบทำเรื่องที่ไม่มีใครเรียกร้อง พอมาบัดนี้นางเป็นฝ่ายเข้าหาเพื่อแย่งชิงความโปรดปราน เขากลับไม่พอใจเสียแล้วหรือ
