“เปล่านี่ วันนี้ฉันยังให้เขาซักผ้าให้เลย”
มุมปากของยุนซูยกขึ้นน้อย ๆ “ดูผิวพรรณขาวนวลเนียนของเขาสิ มือสิบนิ้วไม่เคยแตะงานหนัก คงทนไม่ไหวอยู่ได้ไม่กี่วันก็ต้องไปแล้ว”
นางพูดอย่างมั่นใจ คางเชิดขึ้นเล็กน้อย
เซียวฟางนั่งยองอยู่ข้าง ๆ ฟังแล้วคิดในใจว่า ซูซูเอ๊ย ตัวแกเองต่างหากที่บอบบางกว่าเยาวชนปัญญาชนเสียอีก โดนแดดแป๊บเดียวก็ร้องจะเป็นลม มือถลอกนิดหน่อยยังบ่นได้ครึ่งค่อนวัน
แต่นางไม่ได้พูดออกไป นางเป็นพวกคลั่งไคล้ยุนซู ยุนซูพูดอะไรนางก็เห็นว่าถูก ยุนซูทำอะไรนางก็พร้อมปรบมือให้
“ถ้าอย่างนั้นแกต้องระวังตัวหน่อยนะ”
เซียวฟางวางคางบนเข่า เอียงคอมองนาง ดวงตาดำขลับเป็นประกาย
“ซูซู แกสวยขนาดนี้ ผิวขาวเหมือนเต้าหู้ ถ้าเยาวชนปัญญาชนคนนั้นไม่ใช่คนดี แล้วฉวยโอกาสตอนแกอยู่บ้านคนเดียวมาเอาเปรียบแกจะทำยังไงล่ะ”
ตอนพูด สีหน้าของนางจริงจังมาก คิ้วยังขมวดมุ่น ดูไม่เหมือนกำลังล้อเล่นเลยสักนิด
ยุนซูชะงักไปเพราะคำพูดของนาง ในหัวพลันผุดภาพฟู่เฉินยวี่เกี่ยวเสื้อตัวในของนางขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ใบหูร้อนวาบ นางรีบเบือนหน้าไปอีกทาง แล้วหันไปโบกพัดใส่ลมทางแม่น้ำสองที
“เป็นอะไรไปซูซู ร้อนเหรอ” เซียวฟางเห็นใบหูนางแดงไปแถบหนึ่ง จึงหยิบพัดใบลานข้าง ๆ มาพัดโบกใส่หน้านาง ลมพัดเส้นผมที่ปรกหน้าปลิวไหว
“ไม่มีอะไร” น้ำเสียงยุนซูอู้อี้ “ถ้าเขากล้าแตะเนื้อต้องตัวฉัน ฉันจะเอาไม้ซักผ้าฟาดหัวเขา”
“ดีเลย ซูซู ถึงตอนนั้นเรียกฉันนะ” เซียวฟางกำหมัดแน่น “เดี๋ยวมือแกเจ็บแดงขึ้นมาจะลำบาก ฉันแรงเยอะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
