ขณะเดียวกัน เหวินเซี่ยเซี่ยที่อยู่ในหอพักก็ได้ยินเสียงประกาศ เสียงของเซินเยี่ยนดังออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ ทีละคำทีละประโยคกระแทกเข้าหูเธอ “ผมกับนักศึกษาเหวินเซี่ยเซี่ยไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดใด ๆ เป็นเพียงเพื่อนบ้านที่รู้จักกันเท่านั้น”
มือที่ถือโทรศัพท์ของเธอเริ่มสั่น นิ้วมือกำแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว แถบความคืบหน้าบนหน้าจอยังเลื่อนไปข้างหน้า แต่เธอกลับไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว เป็นเพียงเพื่อนบ้าน
เธอกับเขาเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก บ้านทั้งสองหลังอยู่ติดกัน เธอวิ่งตามหลังเขามาสิบกว่าปี แต่สุดท้ายคำพูดของเขากลับมีเพียงสี่คำ เป็นเพียงเพื่อนบ้าน
ราวกับมีใครขยำหัวใจเธอ ความขมขื่นเอ่อท้นจนแน่นหน้าอก
เธอสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ในหัวมีแต่เสียงอื้ออึง น้ำตายังไม่ทันไหล สิ่งที่ผุดขึ้นมาก่อนกลับเป็นความโกรธที่กดไว้ไม่อยู่ ทำไมกัน
เธอทำไปตั้งมากมาย ทั้งโพสต์นิรนาม ทั้งเลือกมุมถ่ายรูปมาอย่างพิถีพิถัน แม้แต่ภาพในห้องซ้อมก็ยังไหว้วานคนอื่นให้แอบถ่ายมา
ทุกย่างก้าวเธอคำนวณไว้หมดแล้ว คิดว่าไร้ช่องโหว่เหมือนกับเรื่องของผู้หญิงคนอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ แค่ปล่อยข่าวไม่กี่ประโยคก็เหยียบย่ำคนคนหนึ่งให้จมโคลนได้ เธอคิดว่าครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกัน
แต่เซินเยี่ยนกลับชอบเธอจริง ๆ
เหวินเซี่ยเซี่ยยืนอยู่หน้ากระจก ใช้ปลายนิ้วหมุนแท่งลิปสติกสองรอบแล้ววางกลับลงไป ใบหน้าในกระจกดูไม่ผิดปกติ มีเพียงมุมปากที่กดต่ำจนเกิดรอยบาง ๆ
ความไม่ยินยอมในใจค่อย ๆ พันรัดขึ้นมาราวกับเถาวัลย์ จนหน้าอกเธอแน่นไปหมด ทำไมกัน
