ยุนซูถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงกุกกักแผ่วเบา
แสงสีเทาหม่นลอดผ่านช่องว่างระหว่างม่านเข้ามา ไม่รู้ว่าฝนเริ่มตกลงมาตั้งแต่เมื่อไร หยาดฝนโปรยปรายกระทบกระจกถี่ ๆ ราวกับมีใครใช้นิ้วมือไล้ไปบนผิวหน้าต่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นางลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ สิ่งแรกที่เห็นคือกองเสื้อผ้าที่พับเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบบนหัวเตียง
ชุดกระโปรงสีแอปริคอตอ่อนทำจากผ้าฝ้ายผสมป่าน คอเสื้อเย็บลูกไม้เส้นเล็กแคบไว้รอบหนึ่ง ข้าง ๆ วางรองเท้าหนังแกะตัวน้อยสีขาวนวล บนรองเท้าผูกโบว์อย่างประณีต ทั้งยังมีถุงเท้าสั้นสีเดียวกันอีกหนึ่งคู่
นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนยื่นมือไปสัมผัสเนื้อผ้า เนื้อผ้านุ่มละเอียด แนบฝ่ามือแล้วให้ความรู้สึกอ่อนโยนและนุ่มนวลต่อผิว
นางยกกระโปรงขึ้นสะบัดออก ความยาวพอดีอยู่เหนือเข่าสองนิ้ว ช่วงเอวรูดจีบตื้น ๆ ไว้อย่างประณีต
บนกองเสื้อผ้ามีกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งทับอยู่ ลายมือเรียบร้อยคล่องแคล่ว: อาหารเช้าอยู่บนโต๊ะ ฉันออกไปทำธุระหน่อย เที่ยงจะกลับมา
ลงชื่อไว้เพียงอักษรเดียวว่า “ฟู่”
ยุนซูอ่านกระดาษโน้ตสองรอบ ปลายนิ้วไล้ตามเส้นขีดของอักษรนั้นเบา ๆ หนหนึ่ง ก่อนพับเก็บแล้วสอดไว้ใต้หมอน
นางลุกจากเตียง เท้าเปล่าเหยียบลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ จากนั้นก้มลงลองสวมรองเท้าหนังแกะคู่นั้น ไม่ใหญ่ไม่เล็ก พอดีเป๊ะ
นางอดยิ้มมุมปากไม่ได้ ก่อนสวมรองเท้าเดินไปล้างหน้าแปรงฟัน
บนโต๊ะมีชามกระเบื้องเนื้อหยาบคว่ำฝาไว้ พอเปิดออกก็เห็นโจ๊กข้าวฟ่างร้อนกรุ่น มีไข่ดาวไข่แดงเยิ้มวางอยู่ด้านบน ข้าง ๆ ยังมีแตงกวาดองซีอิ๊วหนึ่งจาน หั่นเป็นเส้นเล็ก ๆ เรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
นางนั่งลงกินช้า ๆ เสียงฝนนอกหน้าต่างพร่างพรมอ่อนโยน จังหวะหยดน้ำจากชายคาคล้ายบทเพลงเก่าแก่ที่ไม่รู้ชื่อ
