เวลาเพียงไม่ถึง 1 ชั่วยาม เรื่องที่ผู้บัญชาการหลี่ประหารนักเลงญี่ปุ่นผู้กำเริบเสิบสานกลางถนน ก็แพร่สะพัดไปทั่วเซี่ยงไฮ้
ชาวเมืองพากันบอกต่อและกล่าวชื่นชม พ่อค้าแม่ค้าริมทางเห็นใครก็เล่าให้ฟังว่า ผู้บัญชาการหลี่ช่างเป็นวีรบุรุษเลือดเหล็ก ตลอดร้อยปีที่ผ่านมา เซี่ยงไฮ้ไม่เคยมีใครกล้าห้าวหาญถึงขั้นสังหารไอ้หมาญี่ปุ่นอย่างนี้มาก่อน
ใช่แล้ว ไอ้ปีศาจญี่ปุ่นพวกนี้สมควรตาย ไม่รู้ที่ผ่านมาเคยรังแกสาวน้อยไปตั้งกี่คน ตอนนี้ก็ดีแล้ว มีผู้บัญชาการหลี่อยู่ ข้าดูซิว่าใครยังกล้าดูถูกคนจีนอย่างเราอีก...
เพราะวีรกรรมของหลี่เมิ่ง บรรดาพ่อค้าและคหบดีผู้รักชาติทั่วเมือง เมื่อได้ยินข่าวนี้ ต่างก็พากันบริจาคสิ่งของด้วยความสมัครใจ จนเกิดกระแสบริจาครอบใหม่ขึ้นอีกครั้ง
ข้าวสาร แป้งสาลี ผ้าหยาบ เสื้อกันหนาว ยาฝรั่ง ผ้าพันแผล ยาฆ่าเชื้อ และเสบียงทหาร สิ่งของเหล่านี้ถูกส่งเข้าไปเก็บในคลังของกองบัญชาการรักษาการณ์อย่างไม่ขาดสาย
ท้ายที่สุด หลี่เมิ่งยังจ้างชาวบ้านด้วยเงินของตน เพื่อขยายคลังเสบียงให้ใหญ่ขึ้นหลายเท่า
ชาวเซี่ยงไฮ้ทุกคนต่างซาบซึ้งที่ผู้บัญชาการหลี่ปกป้องประชาชนด้วยเลือดและชีวิต ผู้คนเต็มใจออกเงินและมอบข้าวปลาอาหารเพื่อสนับสนุนกองทัพ
ใคร ๆ ก็รู้ว่าเมื่อมีคนหนึ่งยินดี ก็ย่อมมีอีกคนหนึ่งทุกข์ใจ
ภายในสถานกงสุลญี่ปุ่นประจำเซี่ยงไฮ้ บรรยากาศเงียบงันจนน่าหวาดหวั่น เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้รู้เรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นแล้ว
อิชิอิ ชูทาโร กงสุลญี่ปุ่นประจำเซี่ยงไฮ้ เมื่อได้รับข่าวจากลูกน้องก็ทราบว่า นักเลงญี่ปุ่นห้าคนถูกนายทหารท้องถิ่นของจีนยิงสังหารและประหารต่อหน้าสาธารณชนกลางวันแสก ๆ ความโกรธทำให้เส้นเลือดปูดโปนขึ้นทั่วใบหน้า
