“เธอจะกลับไปโรงพยาบาลอีกไหม?” จู่ ๆ ฮั่วเหวินจิ่งก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงยังคงเย็นชาไร้อุณหภูมิเหมือนเดิม
เจียงหว่านพยักหน้า “ต้องกลับไปค่ะ ครอบครัวฉันยังอยู่ที่โรงพยาบาล”
“ฉันไปส่งแล้วกัน ทางเดียวกันพอดี” ฮั่วเหวินจิ่งบอก
เจียงหว่านตั้งใจจะปฏิเสธ แต่รถโรลส์-รอยซ์สีดำคันหนึ่งก็จอดสนิทตรงหน้าพวกเขาเสียก่อน
ฮั่วเหวินจิ่งลงมือเปิดประตูรถให้เธอเอง
เจียงหว่านจึงจำต้องขึ้นรถ
“ขอบคุณค่ะ”
หลังขึ้นรถแล้ว เจียงหว่านก็กล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ
ฮั่วเหวินจิ่งตอบ “ไม่เป็นไร”
น้ำเสียงเย็นชาและห่างเหิน
ราวกับเขาแค่หวังดีและบังเอิญผ่านทางมาส่งเธอเท่านั้น
แต่คนขับรถเฒ่าสวี่แทบตาถลนออกมาจากเบ้า เจ้านายของเขาถึงกับเปิดประตูรถให้คนอื่นเองงั้นเหรอ?
แถมยังเป็นผู้หญิงอีก?
ให้ตายเถอะ!
นี่พระอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง?
“ไปโรงพยาบาล”
ฮั่วเหวินจิ่งเหลือบมองคนขับรถเฒ่าสวี่
“ครับ เจ้านาย” เฒ่าสวี่สะดุ้ง รีบนั่งตัวตรง ก่อนขานรับอย่างนอบน้อมแล้วสตาร์ตรถ พร้อมกับยกฉากกั้นขึ้นเพื่อแยกพื้นที่ส่วนตัวให้เบาะหลัง
เจียงหว่านรู้สึกระแวงกับสถานการณ์นี้อยู่บ้าง
แต่ไม่นานก็ผ่อนคลายลง
เพราะทันทีที่รถออกตัว ชายหนุ่มข้างกายก็หยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน ดูท่าทางยุ่งอยู่ไม่น้อย
เจียงหว่านอดเหลือบมองเขาไม่ได้
ใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มได้รูปสมบูรณ์แบบ แม้จะนั่งอยู่ก็ยังสูงกว่าเธออยู่ช่วงหนึ่ง
แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้กันจนเธอสัมผัสได้ถึงแสงสีทองแห่งบุญกุศลอันเปี่ยมล้นที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม ยามมันสัมผัสร่างเธอ ก็เหมือนค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ร่างกาย
