“คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เจียงหว่านเพิ่งเดินออกจากวิลล่า ก็เห็นเจียงอี้เดินกะเผลกเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว ข้างกายเขายังมีชายหนุ่มในชุดสูทอีกคนมาด้วย
ก่อนหน้านี้เจียงหว่านไม่ได้ให้เจียงอี้ตามเข้าไปในวิลล่า
เขาจึงรออยู่ด้านนอก เพื่อรอหลิวอี้ ศิษย์พี่ของตัวเองมาถึง
ตอนหลิวอี้เห็นเจียงหว่าน แววตาก็ฉายประกายชื่นชมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้ามายื่นมือให้เธอ “สวัสดีครับคุณเจียง ผมชื่อหลิวอี้ เป็นศิษย์พี่ของเจ้าอี้ แล้วก็เป็นทนายฝึกหัดของหน่วยงานด้านกฎหมาย ถ้าคุณไว้ใจผม เรื่องต่อจากนี้ยกให้ผมจัดการได้เลยครับ!”
เจียงหว่านยิ้มพลางยื่นมือไปจับมือเขาเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนคุณทนายหลิวแล้วค่ะ”
“นอกจากเรื่องลักทรัพย์แล้ว ตราประทับส่วนตัวของฉันก็หายไปด้วย ฉันแจ้งความไว้แล้ว ต่อจากนี้คงต้องรบกวนคุณทนายหลิวช่วยตรวจสอบทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อฉันด้วย ว่ามีใครแอบโอนย้ายไปหรือเปล่า ถ้ามีก็ช่วยดำเนินคดีเรียกความรับผิดชอบให้ด้วยนะคะ…”
เจียงหว่านบอกความต้องการของตัวเองอย่างกระชับชัดเจน
เมื่อมีหลิวอี้ซึ่งเป็นทนายมืออาชีพคอยช่วยจัดการ เรื่องต่อจากนี้ของเจียงหว่านก็ง่ายขึ้นมากจริง ๆ
หลังจากให้ปากคำที่สถานีตำรวจเสร็จ
ฟ้าก็มืดแล้ว
พอเดินออกจากสถานีตำรวจ เจียงหว่านก็เห็นพ่อเจียงกับคุณปู่เจียงยืนรออยู่ข้างรถกระบะสีเงิน พอเห็นเธอ ทั้งสองก็รีบเดินเข้ามาหา
“หว่านหว่าน ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
บนใบหน้าของพ่อเจียงกับคุณปู่เจียงเต็มไปด้วยความกังวล โดยเฉพาะคุณปู่เจียง หลังที่ค่อมอยู่แล้วดูเหมือนจะยิ่งค้อมลงไปอีก
พ่อเจียงไม่ถนัดพูด ได้แต่มองเจียงหว่านอย่างเป็นห่วง
