คุณหมอเฉินกล่าวอย่างจนใจว่า “แต่ถึงยังไงอดีตผู้บัญชาการอาวุโสก็อายุมากกันแล้ว แถมยังมีโรคประจำตัวแฝงอยู่บ้าง การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายจึงถดถอยลงทุกวัน ตอนนี้ทำได้แค่บำรุงร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้น”
“ส่วนอดีตผู้บัญชาการหลิว จากสภาพร่างกายที่ถดถอยลงในตอนนี้ อย่างมากก็...อยู่ได้อีกสามเดือน”
มือลู่เฉินที่ถือรายงานอยู่พลันกำแน่น แววตาฉายความเจ็บปวดออกมา
อดีตผู้บัญชาการอาวุโสพิเศษเหล่านั้นล้วนเคยเป็นเสาหลักของประเทศ แม้จะเกษียณไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติ
“ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอครับ?”
คุณหมอเฉินส่ายหน้า “ไม่มีครับ”
จังหวะนั้นเอง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งก็รีบเคาะประตูแล้วผลักเข้ามา ก่อนจะเข้าไปกระซิบข้างหูลู่เฉินสองสามประโยค
“อะไรนะ?”
“ทำไมพวกคุณไม่ห้ามไว้บ้าง? นี่มันเหลวไหลชัด ๆ!”
ลู่เฉินตวาดเสียงกร้าว ก่อนลุกขึ้นแล้วพาคุณหมอเฉินรีบมุ่งหน้าไปยังอาคารหนึ่ง
ขณะนั้น ภายในอาคารหนึ่ง
ในห้องห้องหนึ่ง
ชายชราผมขาวกำลังยกชามซุปปลาสีขาวนวล หอมเข้มข้นขึ้นซดเสียงดัง
ไม่นาน ซุปปลาในชามก็หมดเกลี้ยง
ชายชราหรี่ตาลงอย่างพึงพอใจ ดวงตาขุ่นมัวพลันดูสดใสขึ้นเล็กน้อย “ซุปปลานี่หอมอร่อยจริง ๆ! ไม่ได้ดื่มซุปปลารสจัดจ้านแบบนี้มานานแล้ว”
“พูดถึงแล้ว อาหารที่นี่เดี๋ยวนี้จืดลงทุกวัน ปากฉันจืดจนแทบไม่เหลือรสชาติแล้ว”
“เสี่ยวอี้ เอามาอีกชาม”
ข้างเตียงชายชรา อี้เหล่าทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ คอยเหลือบมองไปทางประตูเป็นระยะ ราวกับกลัวใครมาเห็นเข้า
