เจียงหว่านทำท่าจะหลบไปตามสัญชาตญาณ แต่ในวินาทีถัดมา เธอกลับชะงักฝีเท้า ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้
ราวกับถูกแสงจ้าจนลืมตาไม่ขึ้น
มันคือแสงสว่างจริง ๆ
แสงสีทองแห่งบุญกุศลเจิดจ้าแสบตา แทบทำให้เธอตาพร่า...
นับตั้งแต่เธอมาถึงโลกนี้ นี่เป็นครั้งที่สองที่ได้เห็นแสงบุญกุศลสว่างเจิดจ้าขนาดนี้ ครั้งก่อนคือคุณยายที่หัวใจกำเริบคนนั้น
ส่วนครั้งนี้... เป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง
แต่พอเห็นหน้าตาของชายคนนั้นชัด ๆ เธอก็ชะงักไปเล็กน้อย
เหมือนมีบางอย่างวาบผ่านเข้ามาในหัว แต่ยังไม่ทันคว้าไว้ มันก็หายไปเสียแล้ว ถึงอย่างนั้นเธอก็เห็นว่า นอกจากแสงสีทองแห่งบุญกุศลที่เปล่งออกมาจากตัวเขาแล้ว รอบกายยังมีไอแห่งความตายสีดำจาง ๆ ล้อมอยู่ด้วย
แปลกจัง
คนที่มีไอแห่งความตาย ส่วนใหญ่ล้วนมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
แต่ดูจากโหงวเฮ้งของผู้ชายคนนี้แล้ว ก็ไม่น่าใช่คนที่ใกล้ตายเลย!!!
เจียงหว่านอดจ้องมองเขาไม่ได้
เธอไม่ทันสังเกตว่า ภายใต้สายตาที่จ้องเขาตรง ๆ เช่นนั้น ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าดูเย็นชาขึ้นอยู่หลายส่วน
“ขอทางหน่อย”
เสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ แต่แฝงความเย็นชาเว้นระยะห่าง
เจียงหว่านถึงได้สติกลับมา เมื่อสบเข้ากับสายตาเย็นชาของชายหนุ่ม เธอก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ เพียงเบี่ยงตัวหลีกทางให้
แต่ตอนที่ชายหนุ่มเดินผ่านเธอไปเพื่อผลักประตูหนีไฟ เธอนึกถึงชายหญิงวัยหนุ่มสาวที่อยู่ตรงมุมทางเดิน จึงอ้าปากหมายจะห้ามเขา
