หลี่ชางอวี้เบิกตากว้างขึ้นมาทันที!
หวาน!
หวานมาก!
ราวกับมีน้ำผลไม้ข้นคลั่กอยู่เต็มปาก
แม้รสหวานจะเข้มข้น แต่กลับไม่เลี่ยนเลยสักนิด กลับยิ่งทำให้กลิ่นผลไม้หอมเข้มข้นอบอวลขึ้นท่ามกลางความหวานสุดขีดนี้...
เป็นความหวานที่ชื่นใจ
เป็นกลิ่นผลไม้หอมละมุนติดปลายลิ้น
แม้แต่หลี่ชางอวี้ที่ไม่ชอบกินของหวาน ยังอดตะลึงกับรสชาตินี้ไม่ได้
คนที่มีสีหน้าไม่ต่างจากหลี่ชางอวี้ก็คือหลี่เฉิงหรง สองพ่อลูกแสดงปฏิกิริยาแทบจะพร้อมกัน
“ซานเหนียนจื่อหวานขนาดนี้เลยเหรอ? เมื่อก่อนมันไม่ได้หวานขนาดนี้นี่!”
หลี่เฉิงหรงพูดอย่างตกตะลึง
เพราะตระกูลหลี่เองก็เคยมีภูมิหลังทางการเมืองสีแดง จึงผ่านช่วงเวลายากลำบากนั้นมาเช่นกัน
เมื่อเทียบกับชีวิตสุขสบายที่หลี่ชางอวี้ใช้ในตอนนี้ หลี่เฉิงหรงในวัยเด็กเคยกินผลไม้ป่าพวกนี้มาก่อน
เมื่อก่อนซานเหนียนจื่อเป็นที่นิยมมาก
ถึงอย่างไรในยุคนั้นชีวิตก็ลำบาก น้ำตาลจึงเป็นของฟุ่มเฟือยอย่างหนึ่ง
ซานเหนียนจื่อที่มีรสหวานแบบนี้ ในสมัยนั้นนับเป็นของอร่อยที่หาได้ยาก
พอถึงฤดูกาล เด็ก ๆ กับผู้ใหญ่ต่างก็วิ่งขึ้นเขากัน
เก็บได้เมื่อไรก็ส่งเข้าปากเมื่อนั้น
หลี่เฉิงหรงยังจำรสชาติในตอนนั้นได้ หวาน มีกลิ่นผลไม้จาง ๆ แต่ไม่มีน้ำผลไม้ฉ่ำขนาดนี้ และหอมหวานเข้มข้นเท่านี้
นี่แทบจะพลิกความทรงจำเรื่องรสชาติของหลี่เฉิงหรงไปหมด
เมิ่งเหล่าก็ประหลาดใจไม่น้อย
ในฐานะแพทย์แผนจีนอาวุโส เขายิ่งรู้ดีว่าซานเหนียนจื่อควรมีรสชาติแบบไหน!
แต่ตอนนี้ความหวานในปากกับกลิ่นผลไม้เข้มข้นกลับเกินกว่าความเข้าใจของเขาไปมาก
