ซูอี๋ชะงักไป
ที่ผ่านมา เธอรู้ดีว่าในบ้านหลังนี้ เจียงเหมยลี่เป็นคนที่รักเธอมากที่สุด และเป็นที่พึ่งพิงที่มั่นคงที่สุดของเธอ
เวลาที่เธอ “รังแก” เจียงหว่าน แท้จริงแล้วเธอรู้ว่าเจียงเหมยลี่อนุญาตให้ทำ
ไม่อย่างนั้นเธอคงสั่งคนรับใช้ในบ้านพวกนั้นไม่ได้หรอก!
เพราะงั้นเธอถึงกล้าทำอะไรตามใจโดยไม่เกรงกลัวใคร
แต่เมื่อกี้เจียงเหมยลี่กลับดุเธออย่างนั้นเหรอ?
“แม่ แม่ดุหนูเหรอ?” ดวงตาซูอี๋เอ่อคลอด้วยน้ำตา ใบหน้าเต็มไปด้วยความน้อยใจ สายตาที่มองเจียงเหมยลี่เผยความตกตะลึงอย่างไม่อยากเชื่อ
ท่าทางนั้นเหมือนนางเอกละครฉงเหยาสุด ๆ
น่าสงสารจับใจ
บอบบางไร้ที่พึ่ง
เจียงเหมยลี่ใจอ่อนลง แต่พอนึกถึงเมื่อครู่ที่ซูอี๋เอาแต่ร้องไห้พร่ำบ่นเรื่องของตัวเอง ไม่ถามสักคำว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง ความอ่อนโยนนั้นก็ถูกความหงุดหงิดกลบลงทันที
เธอหันหน้าหนี พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างว่า “ฉันปวดหัวจะแย่แล้ว ถ้าแกกตัญญูจริง ก็เลิกพูดเรื่องไร้สาระสักที ให้ฉันได้พักเงียบ ๆ บ้าง”
ริมฝีปากของซูอี๋สั่นระริก ขอบตาแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม
เธอโดนคนตบมานะ!
แต่แม่กลับสนใจแต่เรื่องปวดหัวของตัวเองงั้นเหรอ??
แม่ไม่ควรปลอบเธอก่อน แล้วช่วยออกหน้าแทนเธอเหรอ?
นี่ใช่แม่ที่เธอรู้จักหรือเปล่า?
ไม่เหมือนเลยสักนิดกับ...
จู่ ๆ ซูอี๋ก็นึกถึงแม่ของเจียงหว่านขึ้นมา
ถ้าแม่ของเจียงหว่านรู้ว่าเธอโดนตบ อีกฝ่ายต้องรีบถามไถ่อาการเธอเป็นอย่างแรกแน่ ๆ ทั้งยังซักไซ้ว่าเป็นใครและเกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นความผิดของอีกฝ่ายจริง แม่ของเจียงหว่านก็จะพาคนไปทวงความเป็นธรรมให้เธอโดยไม่ลังเล...