“แต่ก่อนข้าเคยให้โอกาสเจ้าเป็นภรรยาเอกอีกคนแล้ว ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการ ไยยังตามตอแยข้าไม่เลิกรา? ครานี้ถึงกับวางยาพิษเซวียนเหนียงอีก”
แววตาที่เจียงจู้มองหลิวอาเฉียวเต็มไปด้วยความรังเกียจ
เดิมทีเขายังคิดจะไว้หน้าให้นางอยู่บ้าง ทั้งยังเคยคิดจะให้โอกาสนางเป็นอนุด้วยซ้ำ ทว่าบัดนี้นางทำร้ายเซวียนเหนียงถึงเพียงนี้ เขาย่อมไม่มีทางยินยอมอีกแล้ว
มิเช่นนั้น หากนางเข้ามาอยู่ในเรือนหลังของเขา เซวียนเหนียงมิถูกนางทำร้ายจนตายหรือ?
“เจ้าว่าข้าวางยาพิษนางหรือ? เจียงจู้ มีหลักฐานหรือไม่?”
แม้ผู้ลอบเข้าไปวางยาพิษในจวนแม่ทัพจะเป็นโจวเฉิงอวี้จริง แต่หลิวอาเฉียวไม่มีทางยอมรับ และไม่คิดว่าบุตรสาวกับคนอื่น ๆ ทำผิดด้วย
ใครใช้ให้จินเซวียนคิดทำร้ายนางก่อนเล่า?
“ข้าไม่จำเป็นต้องมีหลักฐาน เพราะเจ้าชังเซวียนเหนียงที่แย่งข้าไป เจ้าคิดทำลายเซวียนเหนียง แล้วกลับมาอยู่เคียงข้างข้าอีกครั้ง แต่ข้าจะบอกให้รู้ไว้
อาเฉียว ข้ามีใจให้เซวียนเหนียงเพียงผู้เดียว ไม่ว่าเจ้าจะทำเช่นไร ในใจข้าเจ้าก็ไม่มีวันเทียบนางได้ ตัดใจจากข้าเสียแต่เนิ่น ๆ เถิด!”
เจียงจู้ไพล่มือไว้เบื้องหลัง สีหน้าหยิ่งผยอง ก่อนแค่นเสียงเย็นชา
“หึ! ข้ามีใจให้เจ้าหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดหลงตัวเองของเจียงจู้ หลิวอาเฉียวก็หัวเราะด้วยความโมโห
นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจียงจู้จึงคิดว่านางยังมีใจให้เขาอยู่จนบัดนี้ แม้เขาจะได้ตำแหน่งขุนนางแล้วก็จริง แต่นางมิใช่คนที่จะตามตอแยผู้ใดไม่เลิกรา
โดยเฉพาะกับบุรุษไร้คุณธรรมอย่างเจียงจู้ นางไม่มีนิสัยกระเสือกกระสนไปเป็นอนุของเขา
