“ท่านพ่อ ข้าเห็นด้วย”
หลิวเจียเหอเห็นด้วยกับคำพูดของโจวเฉิงอวี้ทันที
มิใช่เพียงเพราะกังวลว่าท่านราชบุตรเขยจะทำอะไรพวกนาง แต่ท่านหญิงผู้นั้นดูอ่อนแอและจิตใจดี นางก็ไม่อาจทนเห็นอาการป่วยของอีกฝ่ายไม่ทุเลาลงได้
หากใช้เลือดของบิดาผู้ให้กำเนิดเป็นยา อาการป่วยของท่านหญิงย่อมดีขึ้นแน่ แต่หากมิใช่ นางก็ต้องนอนป่วยติดเตียงไปชั่วชีวิต ช่างน่าเวทนายิ่งนัก
ท่าทีผิดปกติของท่านราชบุตรเขยทำให้ผู้คนอดคิดไม่ได้ว่าจวนองค์หญิงแห่งนี้มิธรรมดา
หลิวอาเฉียวเองก็เป็นห่วงบุตรสาว จึงเห็นด้วยกับการตัดสินใจของพวกเขา ทั้งสามตกลงกันอย่างรวดเร็วว่าจะหาโอกาสพูดเรื่องนี้กับเมิ่งสิงชวน
*
เมื่อได้รับรางวัลพระราชทานจากองค์หญิง หลิวเจียเหอและพวกก็มีทุนตั้งต้นทำการค้า วันรุ่งขึ้นนางจึงไปซื้อร้านที่หมายตาไว้ก่อนหน้านี้พร้อมกับหลิวอาเฉียว
อาศัยความทรงจำจากชาติก่อน หลิวเจียเหอบอกความคิดของตนแก่หลิวอาเฉียว ทั้งสองก็หาคนมาปรับปรุงร้านได้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน พวกนางยังเริ่มว่าจ้างบ่าวรับใช้ด้วย
ราวหนึ่งเดือนผ่านไป ร้านก็ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อย หลิวอาเฉียวยังปรับสูตรหมาล่าทังเพิ่มเติมตามแนวคิดที่หลิวเจียเหอมอบให้ แล้วถ่ายทอดวิธีทำแก่พ่อครัวที่ว่าจ้างมา
วันที่หก เดือนสิบ ร้านเปิดกิจการอย่างเป็นทางการ โดยตั้งชื่อว่า “หมาล่าทังสกุลหลิว”
เมื่อชาวบ้านได้ยินคำว่าหมาล่าทังเป็นครั้งแรก ต่างก็สงสัยใคร่รู้ เดิมทีหลายคนไม่กล้าลอง ทว่ากลิ่นหอมจากในร้านลอยออกมา จนผู้คนไม่น้อยน้ำลายสอ
ครั้นเข้าไปในร้านและสอบถามราคา ก็พบว่าถูกกว่ากินอาหารในเหลาเสียอีก ผู้คนในร้านจึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
