“ที่แท้เจ้าเป็นสตรีของซื่อจื่ออันอ๋องหรือ?”
ฮูหยินกั๋วกงมองบุรุษที่คารวะทักทายนางอย่างนอบน้อม ใบหน้าฉายแววฉงนปนเย้ยหยัน
นางเคยได้ยินว่าซื่อจื่ออันอ๋องเจ้าสำราญ มีสตรีอยู่ในเรือนหลังไม่น้อย ทว่าไม่คิดว่าเขาจะไม่เลือกแม้แต่น้อย สตรีตรงหน้าแม้นิสัยไม่ดี ก็ยังพอว่า แต่หน้าตากลับไม่น่ามองเอาเสียเลย
“ใช่แล้ว ข้าขออภัยแทนจือเอ๋อร์ด้วย นางเพิ่งมาเมืองหลวง จึงไม่เคยพบฮูหยินกั๋วกงมาก่อน ล่วงเกินท่านไป ขอฮูหยินกั๋วกงโปรดอย่าถือสาคนเขลาที่ไม่รู้ความ”
ซื่อจื่ออันอ๋องรีบยอมรับและกล่าวขอโทษ
เมื่อครู่ตอนอยู่หน้าประตู เขาได้ยินเจียงสี่จือตะโกนโวยวาย จึงคาดว่าคงเกิดเรื่องขัดแย้งขึ้นข้างใน แต่ไม่คิดเลยว่าคู่กรณีจะเป็นจวนกั๋วกงหนิงกั๋ว
แม้ไม่รู้ว่าพวกนางทะเลาะกันด้วยเหตุใด แต่เขาไม่อยากเป็นปฏิปักษ์กับจวนกั๋วกงหนิงกั๋ว
“ซื่อจื่อ นางเพิ่งกล่าววาจาดูหมิ่นข้า หรือท่านคิดจะให้ข้าปล่อยผ่านไปง่าย ๆ? ศักดิ์ศรีของจวนกั๋วกง ไม่ใช่ใครหน้าไหนก็จะมาล่วงเกินได้กระนั้นหรือ?”
เจียงสี่จือดูหมิ่นนางกับบุตรีถึงเพียงนั้น ฮูหยินกั๋วกงย่อมไม่ยอมยกโทษให้ง่าย ๆ
“ย่อมไม่ใช่ ข้าจะให้นางขอขมาท่าน อีกทั้งเพื่อแสดงความขออภัย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของฮูหยินกั๋วกงในหอฉงฮวาวันนี้ ข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง”
ซื่อจื่ออันอ๋องฟังออกว่าฮูหยินกั๋วกงกำลังเดือดดาล จึงรีบแสดงท่าทีขออภัย
หากวันหน้าคิดจะให้ฮ่องเต้รับเขาเป็นพระโอรสบุญธรรม เขายังต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากขุนนางผู้มีอำนาจอย่างจวนกั๋วกงหนิงกั๋ว ยามนี้จึงไม่ควรเป็นศัตรูกับพวกเขา
