“พวกเจ้าไม่คิดจะตามหมอมาตรวจอาการมารดาข้าบ้างหรือ? มารดาข้ายังหายใจอยู่ พวกเจ้าไม่มีมือหรือไร ถึงไม่ลองตรวจดูลมหายใจนาง?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวเจียเหอก็ตวัดสายตาคมกริบไปยังแม่นมตู้
ไม่รู้เพราะเหตุใด นางจึงรู้สึกว่าแม่นมตู้ผู้นี้ดูไม่ใช่คนดี
คนปกติเก็บคนที่หมดสติได้ ปฏิกิริยาแรกมิใช่ตามหมอหรือแจ้งทางการหรอกหรือ?
คนธรรมดาไม่รู้วิชารักษาโรค อย่างน้อยย่อมใช้มือตรวจลมหายใจเป็นกระมัง?
ทว่าพวกเขากลับจะฝังมารดาของนางเสีย อีกทั้งเมื่อครู่ยังมีท่าทีไม่ยอมให้พวกเขาขุดหลุมขึ้นมา
เรื่องนี้น่าสงสัยยิ่งนัก
“ตอนข้าใช้มือตรวจนาง นางไม่มีลมหายใจแล้วนี่นา ใครจะรู้ว่านางยังมีชีวิตอยู่ เรื่องนี้ช่างเหมือนเจอผีชัด ๆ”
แม่นมตู้รับใช้ในจวนหนิงกั๋วกงมาหลายสิบปี เมื่อเผชิญคำถามเช่นนี้ นางจึงคืนสติได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรเสียนางก็เป็นเพียงสตรีที่ไม่รู้วิชาแพทย์ อีกฝ่ายก็ไม่มีหลักฐาน ขอเพียงพวกเขายืนกรานว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ไม่รู้ว่านางยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่มีใครทำอะไรได้
“ใช่แล้ว พวกเรามิใช่หมอ เห็นคนล้มอยู่ข้างทางก็ตกใจ...ตกใจแทบตาย เรียกนางตั้งนานก็ไม่มีปฏิกิริยา ย่อมคิดว่านางตายแล้วสิ!
คุณชายใหญ่ พวกเราถูกใส่ความจริง ๆ เห็นนางน่าสงสาร จึงคิดจะฝังนางด้วยความหวังดี”
เวลานี้พ่อบ้านหวังก็เอ่ยสนับสนุนแม่นมตู้
ต้องยอมรับว่าสามีภรรยาคู่นี้ยังพอรู้ใจกันอยู่บ้าง ยามนี้ทั้งสองต่างตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะปฏิเสธให้ถึงที่สุด
