“อาเฉียว ข้าจะแต่งแม่นางเซวียนเป็นภรรยาเอกอีกคน นางตั้งครรภ์ลูกของข้าแล้ว อีกทั้งท่านหมอยังบอกว่าน่าจะเป็นบุตรชาย”
หมู่บ้านถงซี
ภายในเรือนชาวนาหลังหนึ่งซึ่งมีกระเบื้องเขียวมุงหลังคาและกำแพงดิน บุรุษวัยกลางคนร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดเกราะยืนอยู่กลางโถง สีหน้ามั่นคงขณะมองสตรีที่ยืนเหม่อลอยตรงหน้า
หลิวอาเฉียวมีสีหน้าเลื่อนลอย นางเงยหน้ามองสามีที่ไม่ได้พบกันมาหลายปี ก่อนจะมองสตรีอ่อนหวานผู้สวมอาภรณ์แพรต่วน หญิงผู้นั้นยืนอยู่ข้างหลังสามีและมีครรภ์นูนขึ้นมาเล็กน้อย
ความฝันที่บุตรสาวคนโตเล่าให้นางฟังเมื่อเดือนก่อน กลับกลายเป็นจริงแล้วหรือ?
สายตาของนางค่อย ๆ เลื่อนไปยังบุตรสาวคนโตที่ยืนอยู่ทางขวามือ สีหน้าซับซ้อนจนยากจะบรรยาย
เจียงเจียเหอประสานสายตากับมารดา มือเล็กกำมือมารดาไว้แน่นอย่างประหม่า ก่อนเอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า “ท่านแม่ อย่าเศร้าไปเลย ท่านยังมีลูกอยู่นะ”
วาจาฟังดูคล้ายปลอบใจ แท้จริงแล้วกลับเป็นการให้กำลังใจ
สองเดือนก่อน เจียงเจียเหอได้กลับชาติมาเกิดใหม่
เมื่อนึกถึงชะตากรรมของมารดาและตนในชาติก่อน นางก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าชาตินี้จะต้องทำให้มารดาหย่าขาดจากบิดาให้ได้ ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา นางจึงใช้วิธีทำนายผ่านความฝัน เล่าเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นให้มารดาฟังมากมาย เพื่อให้อีกฝ่ายเชื่อใจตน
ทว่าเมื่อถึงวันที่เรื่องราวเกิดขึ้นจริง นางก็ยังประหม่าอย่างยิ่ง กลัวว่ามารดาจะเลือกซ้ำรอยชาติก่อน
หลิวอาเฉียวมองบุตรสาวคนโตที่ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา พลันนึกถึงถ้อยคำที่ลูกกอดนางร้องไห้พร่ำบอกเมื่อหลายวันก่อน ในที่สุดนางก็ตัดใจได้
“ข้าไม่ยินยอม”
พรึ่บ!
สิ้นเสียงคัดค้านของหลิวอาเฉียว ทุกคนในเรือนต่างมองนางด้วยความตกตะลึง
“อาเฉียว ถึงอย่างไรนางก็ตั้งครรภ์ทายาทของตระกูลเจียง พวกเราจะไม่รับผิดชอบได้อย่างไร? เพียงตั้งฐานะให้นางเป็นภรรยาเอกอีกคนเท่านั้น ไม่กระทบต่อฐานะของเจ้า เจ้าก็ใจกว้างยอมรับนางเถิด”
บิดาเจียงผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว มองหลิวอาเฉียวด้วยแววตาวิงวอน
เขารู้ดีว่าตั้งแต่บุตรชายเข้ากองทัพและไร้ข่าวคราวมาตลอดเก้าปี สะใภ้ผู้นี้เป็นคนดูแลคนแก่และเด็กในตระกูลเจียงทั้งหมด ตระกูลเจียงไม่อาจทำเรื่องเลวร้ายจนถูกผู้คนสาปแช่งอย่างการขับภรรยาออกจากบ้าน แต่ก็ไม่อาจทอดทิ้งอนุที่กำลังตั้งครรภ์หลานชายได้ จึงหารือกันจนได้ข้อสรุปให้แต่งนางเป็นภรรยาเอกอีกคน
ใครจะรู้ว่าสะใภ้กลับปฏิเสธ เรื่องนี้ย่อมไม่ได้เป็นอันขาด!
ถึงอย่างไรสะใภ้จะดีเพียงใด แต่ก็ไม่ได้ให้กำเนิดบุตรชาย
“ใช่แล้ว อาเฉียว วางใจเถิด ต่อให้ต้าจู้แต่งภรรยาเอกอีกคน ก็ไม่กระทบต่อฐานะสะใภ้ใหญ่ในใจพวกเรา การที่ต้าจู้แต่งภรรยาเอกอีกคนก็เพื่อให้หลานชายมีฐานะเท่านั้น
อาเฉียว ปกติเจ้าเป็นคนมีคุณธรรมและใจกว้าง ครานี้คงเข้าใจเจตนาดีของพวกเราได้กระมัง?”
มารดาเจียงมองหลิวอาเฉียวด้วยสีหน้าร้อนใจ พลางเกลี้ยกล่อมอย่างอ่อนอกอ่อนใจ
“พี่สะใภ้ บัดนี้พี่ใหญ่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่แล้ว เหล่าผู้มีอำนาจในเมืองล้วนมีภรรยาสามอนุสี่ พี่ใหญ่เพียงแต่งภรรยาเอกอีกคน พี่ก็ยังเป็นฮูหยินแม่ทัพผู้ทรงเกียรติอยู่ดี!”
“พี่สะใภ้ พี่ใหญ่แค่แจ้งให้พี่ทราบ ไม่ได้ขอให้พี่ยินยอมเสียหน่อย พี่เซวียนตั้งครรภ์ลูกของพี่ใหญ่ ย่อมต้องมีฐานะให้แก่นาง”
น้องสาวสองคนที่อยู่ข้าง ๆ ต่างออกมายืนมองหลิวอาเฉียวอย่างไม่เห็นด้วย
แม้พี่สะใภ้ผู้นี้จะดีกับพวกนางมาก แต่บัดนี้พี่ชายของตนเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แล้ว พี่ใหญ่เพียงต้องการแต่งภรรยาเอกอีกคน มิใช่ขับภรรยาออกจากบ้าน การที่พี่สะใภ้ใหญ่ทำเช่นนี้ช่างไม่รู้ความเสียจริง
“พี่สะใภ้ใหญ่ นักปราชญ์กล่าวไว้ว่า ในบรรดาความอกตัญญูสามประการ การไร้ทายาทสืบสกุลถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด พี่มิได้ให้กำเนิดบุตรชายแก่พี่ใหญ่ แต่ผู้อื่นกลับตั้งครรภ์บุตรชายของพี่ใหญ่ การขัดขวางเช่นนี้ย่อมแสดงว่าพี่ริษยา”
น้องชายรองซึ่งเป็นบัณฑิตเพียงคนเดียวในบ้านก็ออกมายืนตำหนิหลิวอาเฉียวด้วยท่าทีของผู้คงแก่เรียน
หลิวอาเฉียวมองคนตระกูลเจียงที่พากันเกลี้ยกล่อมนาง พลางคิดว่า ตลอดหลายปีมานี้นางทำงานหาเลี้ยงคนทั้งบ้าน ช่างทุ่มเทให้คนผิดเสียจริง ครั้นถึงยามสำคัญ พวกเขากลับยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับนางเพียงเพราะเรื่องทายาท
ทว่าเมื่อนึกถึงความฝันที่บุตรสาวทำนายไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งล้วนกลายเป็นจริง ทั้งเรื่องที่สามีจะแต่งภรรยาเอกอีกคนในครั้งนี้ รวมถึงท่าทีของคนตระกูลเจียง หลิวอาเฉียวก็ไม่กล้ายอมอ่อนข้อ
เพราะบุตรสาวบอกไว้ว่า หากครานี้นางยินยอม วันหน้าทั้งนางและบุตรสาวจะมีจุดจบอันน่าเวทนา
หลิวอาเฉียวจึงยังคงมองเจียงจู้ด้วยแววตามั่นคง “หากข้าเป็นภรรยาเอก นางก็ต้องเป็นอนุ มิฉะนั้นก็หย่าขาดจากข้า”
นางคิดว่า ขอเพียงไม่ให้จินเซวียนเป็นภรรยา ก็น่าจะหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่บุตรสาวกล่าวถึงได้
แต่ใครจะรู้ว่าเจียงจู้กลับปฏิเสธนางโดยไม่ลังเล “ไม่ได้ เซวียนเหนียงจะเป็นอนุมิได้ อาเฉียว นางเป็นภรรยาเอกของข้าเช่นเดียวกับเจ้า
อีกทั้งเซวียนเหนียงยังรู้หนังสือ เข้าใจเหตุผล และกำลังตั้งครรภ์บุตรชายของข้า วันหน้าจวนแม่ทัพจะให้นางดูแลเรือนหลัง ส่วนเจ้ากับท่านพ่อท่านแม่ก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเถิด”
ร่างของหลิวอาเฉียวพลันเย็นเยียบขึ้นมาอีกครั้ง บุตรสาวทำนายถูกอีกแล้ว!
เจียงจู้ไม่เพียงจะแต่งภรรยาเอกอีกคน ยังจะให้นางนอกเรือนผู้นั้นดูแลเรือนหลังด้วย เช่นนั้นนางก็มิกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่มีแต่ชื่อว่าเป็นภรรยาเอก แต่แท้จริงแล้วมีฐานะไม่ต่างจากอนุหรอกหรือ?
“ท่านแม่!”
เจียงเจียเหอไม่คิดว่ามารดาจะเสนอให้จินเซวียนเป็นอนุ นางกลัวว่ามารดาจะตัดใจหย่าขาดไม่ลง จึงร้องเรียกด้วยความกังวล
“เช่นนั้น...หย่าขาด!”
เมื่อได้ยินเสียงบุตรสาว หลิวอาเฉียวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น
นางจะยอมให้บุตรสาวตายอย่างน่าเวทนาตามไปด้วยไม่ได้ ในเมื่อเจียงจู้ยืนกรานปกป้องอนุนอกเรือนถึงเพียงนี้ นางก็ไม่จำเป็นต้องเก็บบุรุษผู้นี้ไว้อีก
“เจ้าทนเซวียนเหนียงไม่ได้ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?” เจียงจู้มองหลิวอาเฉียวด้วยความโกรธ
แม้ในใจเขาจะหมดรักภรรยาคนแรกไปนานแล้ว แต่ก็ไม่อยากให้ตนมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ว่าทอดทิ้งภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมยาก จึงคิดจะเหลือฐานะภรรยาไว้ให้นาง วันหน้าก็เลี้ยงดูนางไว้ในเรือนหลังดุจนกน้อยในกรง
อย่างไรบัดนี้เขาก็เป็นแม่ทัพแล้ว เลี้ยงดูคนอีกไม่กี่คนย่อมมิใช่เรื่องยาก
“ท่านแม่ทัพ ในเมื่อพี่หญิงไม่ปรารถนาจะร่วมสามีกับข้า วันหน้าคงอยู่ร่วมกันอย่างไม่ราบรื่น มิสู้ให้เซวียนเหนียงจากไปเถิด”
ขณะที่เจียงจู้ยังไม่อยากหย่าขาด สตรีข้างกายเขาอย่างจินเซวียนก็ยกผ้าเช็ดหน้าปิดใบหน้า ร้องไห้สะอึกสะอื้น
เดิมทีการเป็นภรรยาเอกอีกคนก็ทำให้นางรู้สึกว่าต้องกล้ำกลืนฝืนทนอยู่แล้ว ทั้งยังคิดหาทางกำจัดหลิวอาเฉียวซึ่งเป็นเสี้ยนหนามในสายตาอย่างช้า ๆ ครานี้มีโอกาสแล้ว นางจะยอมปล่อยให้หลุดมือได้อย่างไร?
เมื่อได้ยินคนรักกล่าวเช่นนี้ เจียงจู้ก็รีบปลอบโยนเสียงอ่อน “พูดเหลวไหลอันใด เซวียนเหนียง หากเจ้าไปแล้วข้าจะทำอย่างไร?”
“แต่พี่หญิงไม่ชอบข้าถึงเพียงนี้ หากฝืนให้อยู่ต่อ...ไม่ว่านางหรือข้า วันหน้าก็คงกระอักกระอ่วนยามอยู่ร่วมกัน ท่านแม่ทัพ ระหว่างพี่หญิงกับข้า คงมีเพียงคนเดียวที่อยู่ต่อได้ ให้เซวียนเหนียงจากไปเถิด”
จินเซวียนจงใจชะงักวาจา แม้ปากจะบอกให้ตนจากไป แต่แท้จริงกลับใช้การถอยเพื่อรุก
“ไม่ได้! หากจะไปก็ต้องเป็นนางไป เซวียนเหนียง เจ้าไปจากข้ามิได้!”
เป็นไปตามคาด เจียงจู้คว้ามือจินเซวียนไว้แน่นทันที ก่อนหันไปมองหลิวอาเฉียว “เจ้าเป็นฝ่ายเอ่ยเรื่องหย่าขาดเอง วันหน้าอย่าได้เสียใจ และห้ามร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้าคนอื่นว่าข้าทอดทิ้งภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมยาก”
หลิวอาเฉียวมองท่าทีของสามีที่พลิกผันในพริบตา หัวใจพลันเจ็บแปลบขึ้นมาเล็กน้อย
แววตาอ่อนโยนที่เจียงจู้ใช้มองจินเซวียนเมื่อครู่ เป็นสิ่งที่นางไม่เคยเห็นจากเขาเลยตลอดชีวิตนี้
นางจึงตอบอย่างเด็ดขาดเช่นกัน “ได้! แต่หลายปีมานี้ข้าดูแลคนทั้งบ้านของเจ้า เจ้าต้องชดเชยให้ข้าตามสมควร”
“ได้!”
เจียงจู้รับปากอย่างไม่อิดเอื้อน บิดาเจียงและคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ เดิมยังอยากเกลี้ยกล่อมอีกสักสองสามคำ แต่เมื่อเห็นท่าทีหนักแน่นของสามีภรรยา ริมฝีปากขยับแล้วก็ยังกลืนคำพูดกลับลงไป
ในที่สุดเจียงเจียเหอก็โล่งใจ ขอเพียงออกห่างจากบิดาเฮงซวย โศกนาฏกรรมในชาติก่อนของนางกับมารดาก็ย่อมหลีกเลี่ยงได้
ทว่าในยามนั้นเอง เสียงสตรีสะอื้นไห้ก็ดังขึ้นจากทางซ้ายมือของหลิวอาเฉียว “ท่านแม่ อย่าหย่าขาดกับท่านพ่อได้หรือไม่? ลูกไม่อยากเสียท่านพ่อไป!”
นางคือเจียงเจียเยว่ น้องสาวฝาแฝดของเจียงเจียเหอ
หัวใจเจียงเจียเหอกระตุกวูบ นางหันไปมองอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ
แย่แล้ว!
ลืมตัวก่อเรื่องผู้นี้ไปเสียสนิท
