“ท่านพ่อ ข้าบอกว่ารู้สึกว่าเขาเป็นคนดี ไม่ใช่นักโทษหลบหนี ท่านเชื่อหรือไม่?”
หลิวเจียเหอมองโจวเฉิงอวี้อย่างจริงจัง
ที่จริงนางเองก็ยังคิดไม่ออกว่าจะอธิบายเรื่องเมิ่งสิงชวนอย่างไร เพราะเขาเป็นขุนนางจากเมืองหลวง ส่วนพวกนางอยู่หมู่บ้านถงซี ตามเหตุผลแล้วไม่น่าจะรู้จักคนผู้นี้
แต่การที่นางยืนกรานจะช่วยเขา ย่อมต้องมีเหตุผลสักอย่าง คนด้านนอกเหล่านั้นสวมเครื่องแบบทางการ แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่และใช้ข้ออ้างจับนักโทษหลบหนีเพื่อไล่ล่าเมิ่งสิงชวน
คนส่วนใหญ่ย่อมเลือกเชื่อพวกนั้น แม้แต่ละคนจะหน้าตาดุดันราวกับอสูรร้ายก็ตาม
โจวเฉิงอวี้ฟังเหตุผลอันติดขัดของหลิวเจียเหอแล้วรู้สึกว่านางคงมีความลับบางอย่างที่ไม่อยากบอก เมื่อเห็นดวงตาใสกระจ่างของนาง ใจเขาก็อ่อนลง
“พ่อเชื่อเจ้า”
ในเมื่อลูกสาวไม่อยากพูด เขาก็ไม่ซักถาม ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเขารู้สึกว่าเจียเหอไม่เหมือนเด็กคนอื่น ราวกับมีสติปัญญาเกินวัย
ยิ่งไปกว่านั้น คนกลุ่มที่อยู่ด้านนอกเมื่อครู่แม้จะสวมเครื่องแบบขุนนาง แต่เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ท่าทีของพวกนั้นทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
ดังนั้นเขาจึงเลือกช่วยหลิวเจียเหอรักษาชายตรงหน้า
พวกเขาวางเมิ่งสิงชวนลงบนเตียง หลิวเจียเหอตรวจดูบาดแผลของเขา พบว่านอกจากมีรอยแผลจากดาบแล้ว สีริมฝีปากก็ยังผิดปกติ
นางยื่นมือจับชีพจร และพบว่าเขาถูกพิษจริง ๆ
ทว่าเป็นพิษเรื้อรัง คาดว่าอีกสองหรือสามวันจึงจะออกฤทธิ์
นางจึงทำแผลให้เขา แล้วป้อนน้ำพุวิญญาณแก่เขา
