หลังจากหลิวเจียเหอรักษาบาดแผลเป็นของเหล่าแปดจนหายดี ก็เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง
คิ้วคมดุจกระบี่ ดวงตาเป็นประกาย จมูกโด่ง ริมฝีปากแดง แม้ความหล่อเหลาจะเทียบโจวเฉิงอวี้ไม่ได้ แต่ก็ดูดีกว่าท่านราชบุตรเขยไม่รู้กี่เท่า
กล่าวตามตรง รูปโฉมของท่านราชบุตรเขยเรียกได้เพียงว่าธรรมดาสามัญ ไม่ถึงกับอัปลักษณ์ อาศัยเพียงอาภรณ์แพรพรรณหรูหรามาช่วยเสริมแต่ง
เหล่าแปดที่ยืนอยู่ตรงหน้าในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบ กลับมีใบหน้าคมคายได้รูปจนมิอาจละสายตา
โดยเฉพาะรูปจมูก ริมฝีปาก และใบหน้าของเขา ยิ่งหลิวเจียเหอมองก็ยิ่งรู้สึกว่าคล้ายคลึงกับท่านหญิงอยู่หลายส่วน
จู่ ๆ ความคิดอันกล้าหาญก็ผุดขึ้นในใจนาง ทว่าความคิดนี้ช่างเหลวไหล ทั้งยังไม่มีสิ่งใดเชื่อมโยงกัน หลิวเจียเหอจึงลังเลอยู่บ้าง
“หมอเทวดาน้อย อย่าคาดเดาส่งเดช คำพูดเช่นนี้ห้ามเอ่ยออกไปตามอำเภอใจ มิฉะนั้นจะทำลายชื่อเสียงของท่านหญิง”
เหล่าแปดเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แล้วรีบเอ่ยเตือนหลิวเจียเหอ
แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกตว่า หลังพูดจบ ใบหูกลับแดงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ทว่าหลิวเจียเหอสังเกตเห็นรายละเอียดนี้อย่างเฉียบไว ความสงสัยใคร่รู้พลันผุดขึ้นในใจ นางเลิกคิ้วมองเหล่าแปด “ให้ข้าไม่พูดก็ย่อมได้
ท่านลุงแปดต้องตอบคำถามข้าตามตรงสักสองสามข้อ แล้วข้าจะรับปาก”
“ได้ ถามมาเถิด ขอเพียงเจ้าไม่นำไปพูดข้างนอก”
เหล่าแปดตอบตกลงทันที เกรงว่าหลิวเจียเหอจะนำเรื่องนี้ไปพูดข้างนอกจนทำลายชื่อเสียงของท่านหญิง
บ่าวคนหนึ่งแอบรักท่านหญิง หากเรื่องแพร่ออกไป ท่านหญิงย่อมถูกผู้คนหัวเราะเยาะ
