“ข้าไม่ดื่ม!”
แม่นมตู้ปฏิเสธโดยไม่ทันคิด ขณะพูดนางยังขยับห่างจากชามน้ำแกงใบนั้นอย่างไม่รู้ตัว ราวกับมันเป็นสัตว์ร้ายอันตราย
แววตาของหลิวอาเฉียวเย็นเยียบ “แม่นมตู้ ของที่แม้แต่ท่านยังไม่ดื่ม คิดจะให้พวกเราดื่มหรือ?”
เพียงเห็นท่าทีผิดปกติของแม่นมตู้ หากหลิวอาเฉียวกับบุตรสาวยังไม่สงสัย ก็คงโง่เขลายิ่งกว่าคนโง่เสียอีก
หลิวเจียเหอมองแม่นมตู้ด้วยรอยยิ้มเย็นชาเช่นกัน “ท่านยาย หากท่านไม่ดื่ม พวกเราก็ไม่ดื่มแล้ว”
“ข้า...”
เมื่อถูกพวกนางจ้องมอง แม่นมตู้ก็ทั้งร้อนตัวทั้งขุ่นเคือง จนชั่วขณะหนึ่งไม่รู้จะอธิบายอย่างไร นางสูดหายใจอย่างกระวนกระวายอยู่สองสามครั้ง ก่อนถอนหายใจ
“ช่างเถิด พวกเจ้าไม่อยากดื่ม ข้าก็ไม่บังคับ ข้าจะยกน้ำแกงออกไป”
ดูท่าว่าวิธีนี้จะใช้ไม่ได้ นางคงต้องคิดหาทางอื่นใหม่
แต่หลิวเจียเหอจะยอมให้นางจากไปเช่นนี้ได้อย่างไร?
แม่นมตู้เพิ่งเดินเข้ามาหมายจะยกชามน้ำแกง หลิวเจียเหอก็สบตากับมารดา จากนั้นหลิวอาเฉียวก็เข้าจับตัวแม่นมตู้ไว้ทันที
“แม่นมตู้ ท่านปรนนิบัติพวกเราจนเหน็ดเหนื่อย ย่อมต้องบำรุงร่างกายเสียหน่อย น้ำแกงชามนี้ท่านดื่มเถิด”
“ข้าไม่ดื่ม ไม่ดื่ม!”
“---โครม!”
แม่นมตู้ดิ้นรนอย่างรุนแรง เพียงไม่กี่อึดใจชามก็หล่นแตกกระจายบนพื้น
ภายในห้องเงียบงันไปชั่วขณะ หลิวเจียเหอกับมารดามองเศษชามบนพื้นด้วยแววตาหนักอึ้ง ก่อนหยิบเข็มเงินออกมาวางลงไป
ผ่านไปเพียงครู่เดียว เข็มเงินก็ดำคล้ำลงให้เห็นชัดด้วยตาเปล่า
“ท่านแม่ นี่คือสารหนู!”
